สุขภาพคุณแม่ สุขภาพแม่และเด็ก

ปัสสาวะลำบากหลังคลอดธรรมชาติเกิดจากอะไร?

ปัสสาวะลำบากหลังคลอดธรรมชาติพบได้บ่อยถึง 13.5% ของแม่หลังคลอดค่ะ เกิดจากกระเพาะปัสสาวะสูญเสียความตึงตัวชั่วคราว เส้นประสาทบาดเจ็บ และความเจ็บปวดบริเวณฝีเย็บ ส่วนใหญ่หายเองใน 72 ชั่วโมง แต่ถ้าปัสสาวะไม่ออกภายใน 4–6 ชั่วโมงต้องแจ้งพยาบาลทันที

หลังคลอดลูกได้ไม่นาน พยาบาลมักจะถามว่า “ปัสสาวะได้หรือยังคะ?” ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงสำคัญขนาดนั้น ความจริงคือภาวะปัสสาวะลำบากหลังคลอดหรือ Postpartum Urinary Retention เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยมากค่ะ โดยพบในผู้หญิงหลังคลอดสูงถึง 13.5% และมากกว่านั้นถ้านับแบบที่ไม่มีอาการด้วย

Postpartum Urinary Retention คืออะไร?

ภาวะนี้หมายถึงการที่แม่ไม่สามารถปัสสาวะได้เองภายใน 6 ชั่วโมงหลังคลอดทางธรรมชาติ โดยมีปัสสาวะคั่งค้างในกระเพาะปัสสาวะมากกว่า 400 มิลลิลิตร 

แบ่งเป็น 2 ประเภท

แบบที่ 1: Overt PUR มีอาการชัดเจน ปัสสาวะไม่ออกเลยหรือออกยากมาก รู้สึกปวดท้องน้อย กระเพาะปัสสาวะโป่ง

แบบที่ 2: Covert PUR ไม่มีอาการ ปัสสาวะออกได้แต่ยังมีปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะมากกว่า 150 มิลลิลิตร ซึ่งตรวจพบได้ด้วยอัลตราซาวด์เท่านั้น

สาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะลำบากหลังคลอดธรรมชาติ

พยาธิสรีรวิทยาของภาวะนี้ยังไม่ชัดเจนทั้งหมด แต่น่าจะเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ระบบประสาท และกลไกทางกลที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ การคลอด และหลังคลอด

1. กระเพาะปัสสาวะสูญเสียความตึงตัวชั่วคราว

ระดับโปรเจสเตอโรนที่สูงระหว่างตั้งครรภ์และช่วงหลังคลอดทันที ทำให้กล้ามเนื้อเรียบมีความตึงตัวลดลง ส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะขยายตัว รับความรู้สึกได้น้อยลง และบีบตัวได้ไม่ดีในช่วงแรกหลังคลอด

2. บาดเจ็บที่เส้นประสาทบริเวณฝีเย็บ

การบาดเจ็บที่เส้นประสาทบริเวณฝีเย็บระหว่างคลอดอาจทำให้เกิดภาวะปัสสาวะคั่งค้างได้ค่ะ เส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะอาจได้รับผลกระทบจากการที่ลูกผ่านช่องคลอดออกมา

3. บวมและเจ็บบริเวณฝีเย็บ

อาการเจ็บปวดและบวมบริเวณฝีเย็บหรือแผลเย็บทำให้แม่ไม่กล้าเบ่งปัสสาวะ กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหดตัวโดยไม่รู้ตัว และกังวลว่าจะเจ็บมากขึ้น

4. ยาชาและยาแก้ปวด Epidural

การใช้ยา Epidural เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงอิสระที่สัมพันธ์กับภาวะปัสสาวะคั่งหลังคลอดค่ะ เพราะยาชาทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะน้อยลงชั่วคราว

5. ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ

ปัจจัยเสี่ยงที่พบอย่างอิสระ ได้แก่ ท้องแรก ระยะเวลาการเจ็บครรภ์ที่นาน การคลอดโดยใช้เครื่องมือช่วย การตัดฝีเย็บ Episiotomy และระดับความเจ็บปวดบริเวณฝีเย็บ

อาการที่สังเกตได้

แม่หลังคลอดที่มีภาวะนี้อาจรู้สึกปวดท้องน้อยจากกระเพาะปัสสาวะที่โป่งพอง บางคนรู้สึกอยากปัสสาวะมากแต่ไม่สามารถปัสสาวะออกมาได้

อาการที่พบบ่อย

  • ปวดท้องน้อยและรู้สึกแน่นหน่วง
  • อยากปัสสาวะแต่ออกไม่ได้หรือออกน้อยมาก
  • ปัสสาวะแสบขัดหรือออกเป็นหยดๆ
  • กระเพาะปัสสาวะโป่งจนคลำได้จากหน้าท้อง

วิธีช่วยตัวเองก่อนเรียกพยาบาล

หลังจากได้รับคำแนะนำให้ลองนั่งปัสสาวะในท่าที่เหมาะสม หรือการประคบอุ่นบริเวณท้องน้อย ถ้ายังปัสสาวะไม่ได้ ควรแจ้งพยาบาลทันที

เทคนิคที่ช่วยได้

  • เปิดน้ำไหลให้ได้ยินเสียง เสียงน้ำช่วยกระตุ้นความรู้สึกอยากปัสสาวะ
  • ประคบอุ่นบริเวณท้องน้อย ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งอยู่
  • ลองนั่งในอ่างน้ำอุ่น ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
  • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อกระตุ้นให้ปัสสาวะ
  • ลุกเดินช้าๆ ถ้าไหว การเคลื่อนไหวช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ

การรักษาโดยพยาบาลและแพทย์

ถ้าปัสสาวะไม่ออก การสวนปัสสาวะแบบ Clean Intermittent Catheterization เป็นวิธีการรักษาที่แนะนำมากกว่าการใส่สายสวนค้างไว้ตลอดเวลา

การรักษาด้วยการสวนปัสสาวะแบบ Clean Intermittent Catheterization ส่วนใหญ่ฟื้นตัวได้ภายใน 72 ชั่วโมง

เมื่อไหร่ที่ต้องแจ้งพยาบาลทันที

  • ปัสสาวะไม่ออกเลยภายใน 4–6 ชั่วโมงหลังคลอด
  • ปวดท้องน้อยรุนแรงและกระเพาะปัสสาวะโป่งมาก
  • มีไข้ร่วมกับปัสสาวะแสบขัด อาจเป็นสัญญาณติดเชื้อ
  • ปัสสาวะออกน้อยผิดปกติหลังกลับบ้านแล้ว

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดถ้าปล่อยทิ้งไว้

ภาวะปัสสาวะคั่งหลังคลอดอาจนำไปสู่กระเพาะปัสสาวะขยายตัวมากเกินไป ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อและระบบประสาทของกระเพาะปัสสาวะเสียหาย และส่งผลให้มีปัญหาการปัสสาวะในระยะยาวได้ค่ะ นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะด้วย

สรุป

ปัสสาวะลำบากหลังคลอดธรรมชาติเป็นเรื่องที่พบบ่อยและมักหายเองได้ภายใน 72 ชั่วโมงค่ะ สาเหตุหลักมาจากกระเพาะปัสสาวะสูญเสียความตึงตัวชั่วคราว การบาดเจ็บของเส้นประสาท และความเจ็บปวดบริเวณฝีเย็บค่ะ ถ้าปัสสาวะไม่ออกภายใน 4–6 ชั่วโมงหลังคลอด อย่ารอนานค่ะ แจ้งพยาบาลทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลสำหรับคำแนะนำที่เหมาะกับสุขภาพของคุณโดยตรงค่ะ

แหล่งอ้างอิง:

  • Vinmec International Hospital — Management of Urinary Retention in Postpartum Women (2569)
  • PubMed / NIH — Postpartum Urinary Retention: An Expert Review, AJOG (2022)
  • NIH PMC — Prevalence and Risk Factors of Overt PUR after Vaginal Delivery (2022)
  • NIH PMC — Acceptable Postvoid Residual Urine Volume after Vaginal Delivery (2018)
  • Hello คุณหมอ — สาเหตุของปัสสาวะเล็ดหลังคลอด และการดูแลตัวเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง:

You may also like