ผลไม้ที่คนท้องควรกิน
ผลไม้เป็นอาหารสุขภาพที่เป็นที่นิยมสำหรับคนท้องและคนทั่วไป ผลไม้ส่วนใหญ่มีประโยชน์กับคนท้องเพราะมีทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ผลไม้บางอย่างช่วยป้องกันอาการท้องผูกและลดอาการเหนื่อยอ่อนเพลียได้ เรามาดูกันว่าผลไม้ที่คนท้องควรกินมีอะไรบ้าง
1.ลูกแพร์ผลไม้ฤทธิ์เย็นแก้อาการร้อนใน
ลูกแพร์เป็นผลไม้ที่คุณประโยชน์สูง มีวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน ลูกแพร์มีรสหวานตามธรรมชาติและมีฤทธิ์เย็น มีผลดีในการแก้อาการร้อนในสตรีมีครรภ์ นอกจากลูกแพร์แล้วแก้วมังกร แตงโม และสตอเบอรี่ ก็สามารถแก้ร้อนในได้เช่นกัน
2.กินกล้วยแก้ท้องผูก
กล้วยมีผลดีต่อสุขภาพทำให้ลำไส้ชุ่มชื่นจะมาส่งเสริมการบีบตัวของระบบทางเดินอาหารและช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้สตรีมีครรภ์ควรรับประทานกล้วยสุกก่อนอาหารวันละ 1-2 ครั้งจะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ข้อควรระวังคือไม่ควรทานกล้วยดิบเพราะจะทำให้อาการท้องผูกกำเริบ

3.กีวี่ลดอาการเป็นหวัด
สตรีมีครรภ์ที่มักมีอาการโรคลมร้อนควรรับประทานผลไม้เย็นที่จะช่วยลดความร้อน ถ้าคนท้องชอบมีอาการหวัดเป็นประจำควรรับประทานผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีเพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานให้มากขึ้น ซึ่งกีวี่เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง และสามารถใช้เป็นผลไม้เรียกน้ำย่อยก่อนอาหารได้
4.มะม่วงแก้อาการอาเจียน
มะม่วงมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากและมีประโยชน์ต่อกระเพาะอาหารสามารถบรรเทาอาการแพ้ท้องคลื่นไส้อาเจียนและอาการวิงเวียนศีรษะของคนท้อง สำหรับคนแพ้มะม่วงสามารถเลือกผลไม้อย่างอื่นทดแทนได้ เช่น ลูกแพร์ เชอรี่ แอปเปิ้ล
5. ลูกพลับช่วยลดความดันโลหิตสูง
ลูกพลับอุดมไปด้วยวิตามินมีผลเอ ซี อี ช่วยในเรื่องการระบายความร้อนและทำให้ลำไส้ชุ่มชื้นเป็นอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับคนท้องที่มีความดันโลหิตสูง สามารถทานลูกพลับเพื่อช่วยลดความดันโลหิตได้ ควรกินลูกพลับที่สุกแล้วเท่านั้น ลูกพลับดิบจะมีผลรสฝาดจะมีฤทธิ์แรงทำให้อุจจาระแห้งควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

ข้อควรระวังในการรับประทานผลไม้สำหรับสตรีมีครรภ์
เมื่อเทียบกับผักแล้วผลไม้มีปริมาณไฟเบอร์น้อยกว่าหากรับประทานแต่ผลไม้และไม่ทานผักเลยจะทำให้อาการท้องผูกได้ง่าย เพราะผลไม้หลายชนิดมีปริมาณน้ำตาลสูงหากรับประทานเข้าไปมากจะทำให้น้ำตาลในเลือดของหญิงตั้งครรภ์สูงขึ้นผิดปกติด้วย ดังนั้นในการทานผลไม้ควรระวังในเรื่องของปริมาณด้วย
1.ปริมาณที่เหมาะสม
คนท้องไม่ควรรับประทานผลไม้เกิน 500 กรัมต่อวัน และพยายามเลือกรับประทานผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำ หากกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงจะควบคุมได้ยาก
2.เลือกทานผลไม้ในเวลาที่เหมาะสม
ควรรับประทานผลไม้หลังอาหาร 2 ชั่วโมง หรือ ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง ไม่ควรรับประทานผลไม้ทันทีหลังรับประทานอาหารเพราะจะทำให้ท้องอืดและท้องผูกง่าย และไม่ควรเลือกทานผลไม้เป็นอาหารหลัก
3.บ้วนปากทุกครั้งหลังรับประทานผลไม้
เนื่องจากในผลไม้มีปริมาณน้ำตาลอยู่ จึงควรแปรงฟันหรือบ้วนปากทุกครั้งหลังอาหารเพื่อป้องกันฟันผุ
4.ล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน
ผิวของผลไม้มักมีสารเคมีหรือไข่พยาธิเกาะอยู่ที่เปลือกผิว ดังนั้นจึงต้องล้างผลไม้ทุกครั้งก่อนรับประทานเพื่อให้มั่นใจว่าผลไม้นั้นปราศจากสารเคมี เพื่อสุขภาพและอนามัยของคนท้องและทารกในครรภ์

สรุป
สำหรับสตรีมีครรภ์ปกติไม่มีข้อห้ามในการทานผลไม้แต่อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้กินในปริมาณมากหรือกินแทนมื้ออาหารเพราะผลไม้ส่วนใหญ่มีปริมาณน้ำตาลสูงการบริโภคที่มากเกินไปจะทำให้เกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ควรกินผลไม้เกิน 500 กรัมต่อวัน
แหล่งอ้างอิง
pcbaby.com
mama.cn
medthai.com

