สุขภาพคุณแม่ สุขภาพแม่และเด็ก

ฮอร์โมนหลังคลอดทำงานยังไง ทำไมถึงร้องไห้ง่าย?

หลังคลอดลูก ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนลดฮวบในทันที ทำให้แม่ใหม่ถึง 80% ร้องไห้ง่ายและอารมณ์แปรปรวน เรียกว่า Baby Blues ซึ่งเป็นเรื่องปกติและหายได้เองใน 2 สัปดาห์ ไม่ใช่ความผิดของคุณเลยค่ะ

คุณแม่หลายคนสารภาพว่าหลังคลอดลูกรู้สึกร้องไห้โดยไม่รู้สาเหตุ บางทีร้องไห้ทั้งที่มีความสุข บางทีก็รู้สึกหนักใจโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ถ้าคุณกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่ ขอบอกเลยว่า คุณไม่ได้แปลกค่ะ และไม่ใช่ความผิดของคุณเลย

ฮอร์โมนหลังคลอดเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

ระหว่างตั้งครรภ์ร่างกายมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนสูงมาก ฮอร์โมนทั้งสองนี้มีความสำคัญในการรักษาการตั้งครรภ์และช่วยพัฒนาการของทารก แต่ทันทีที่คลอดลูก ระดับฮอร์โมนเหล่านี้จะลดลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ส่งผลให้อารมณ์แปรปรวนได้ทันที

นอกจากเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนแล้ว ฮอร์โมนไทรอยด์ก็อาจลดลงด้วย ซึ่งทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าและหดหู่ได้

ภาพรวมง่ายๆ คือร่างกายที่เคยอยู่ในโหมด “ตั้งครรภ์สูง” มาตลอด 9 เดือน ต้องปรับตัวกลับสู่ภาวะปกติภายในเวลาไม่กี่วัน ความผันผวนนี้เองที่เป็นต้นเหตุของอารมณ์ที่ควบคุมได้ยากค่ะ

Baby Blues คืออะไร?


Baby Blues คืออาการแปรปรวนทางอารมณ์ที่พบได้ถึง 80% ของแม่หลังคลอด เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างกะทันหันหลังคลอด ร่วมกับความเครียด การอยู่โดดเดี่ยว การนอนไม่หลับ และความอ่อนล้า

อาการ Baby Blues มักเริ่มภายใน 2–3 วันหลังคลอด และมักหายไปเองภายใน 2 สัปดาห์ โดยไม่จำเป็นต้องรับการรักษาค่ะ

อาการที่พบบ่อยของ Baby Blues ได้แก่:

  • ร้องไห้โดยไม่รู้สาเหตุ
  • อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ในวันเดียวกัน
  • รู้สึกหงุดหงิด กังวล หรือหนักใจ
  • นอนไม่หลับทั้งที่เหนื่อย
  • รู้สึกสับสนหรือจดจ่อสิ่งใดไม่ได้

Baby Blues ต่างจากโรคซึมเศร้าหลังคลอดอย่างไร?

นี่คือคำถามที่แม่ใหม่หลายคนกังวลและสับสนค่ะ

Baby Blues และโรคซึมเศร้าหลังคลอดมีอาการที่คล้ายกันมาก เช่น อารมณ์แปรปรวน ร้องไห้ เศร้า นอนไม่หลับ และหงุดหงิด แต่ความแตกต่างหลักคือโรคซึมเศร้าหลังคลอดมีอาการรุนแรงกว่าและยาวนานกว่า เช่น มีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือดูแลลูกไม่ได้

อาการBaby Bluesโรคซึมเศร้าหลังคลอด
ระยะเวลา2–14 วันนานกว่า 2 สัปดาห์
ความรุนแรงเบาถึงปานกลางรุนแรง
การดูแลลูกยังทำได้ปกติอาจทำได้ยาก
ต้องการการรักษาไม่จำเป็นต้องพบแพทย์

ปัจจัยอื่นที่ทำให้อารมณ์แปรปรวนหลังคลอด

ฮอร์โมนไม่ใช่ตัวการเดียวค่ะ สภาพแวดล้อมก็มีส่วนสำคัญด้วย ช่วงทารกแรกเกิดนั้นหนักมากอยู่แล้ว ทั้งความอ่อนเพลีย การนอนน้อย และการฟื้นตัวจากเหตุการณ์ครั้งใหญ่ในชีวิต ล้วนส่งผลต่ออารมณ์ทั้งนั้น

ปัจจัยที่พบบ่อย ได้แก่

  • นอนไม่พอ — ส่งผลต่ออารมณ์ได้โดยตรง
  • ความกดดันในการให้นม — ถ้ามีปัญหาเรื่องน้ำนม
  • ความคาดหวังจากสังคม — ที่บอกว่าแม่ต้องมีความสุขตลอดเวลา
  • ขาดคนช่วยเหลือ — โดยเฉพาะแม่เดี่ยวหรือครอบครัวที่ไม่ได้รับการสนับสนุน

วิธีดูแลตัวเองในช่วง Baby Blues

สิ่งที่ช่วยได้มากคือการขอความช่วยเหลือ พักผ่อนให้มากที่สุด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายเบาๆ ถ้าทำได้ รวมถึงหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติดเพราะจะยิ่งทำให้อารมณ์แย่ลง

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียวค่ะ บอกคนรอบข้างว่าคุณรู้สึกอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นคู่ชีวิต ครอบครัว หรือเพื่อน การพูดออกมาช่วยได้มากกว่าที่คิดค่ะ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

พบแพทย์ทันทีหากมีอาการเหล่านี้ค่ะ

  • อาการไม่ดีขึ้นหลังจาก 2 สัปดาห์
  • รู้สึกเศร้าหรือร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ
  • ดูแลตัวเองหรือลูกได้ยากขึ้น
  • มีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือลูก

อาการเศร้าและร้องไห้ที่กินเวลาทั้งวัน นอนไม่หลับ หรือลุกไม่ได้เพื่อกิน อาบน้ำ หรือดูแลลูก เป็นสัญญาณของโรคซึมเศร้าหลังคลอดที่ต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญค่ะ

สรุป

การร้องไห้ง่ายหลังคลอดไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอ ไม่ได้แปลว่าคุณเป็นแม่ที่ไม่ดี และไม่ได้แปลว่าคุณไม่รักลูก ความรู้สึกเหล่านี้เป็นเรื่องปกติสำหรับแม่ใหม่ทุกคน จำไว้ว่าให้ขอความช่วยเหลือ นอนหลับพักผ่อนให้มากที่สุด และไปพบแพทย์ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์

ร่างกายและจิตใจของคุณกำลังปรับตัวครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ให้เวลาตัวเองนะคะ 💛

แหล่งอ้างอิง:

  • HelpGuide — Postpartum Depression and the Baby Blues (2026)
  • March of Dimes — Baby Blues After Pregnancy
  • Mayo Clinic Health System — Postpartum Moods
  • NIH / StatPearls — Perinatal Depression (2025)

บทความที่เกี่ยวข้อง:

our shop
our shop

You may also like