เรื่องที่หลายบ้านไม่เคยคุยกัน แต่ควรคุยตั้งนานแล้ว
ในสังคมไทย แม่บ้านที่ดูแลลูกและบ้านเต็มเวลาโดยไม่มีรายได้ของตัวเองยังมีอยู่มาก และหลายคนรู้สึกกระอักกระอ่วนทุกครั้งที่ต้องขอเงินสามี ไม่กล้าใช้เงิน หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์มีเงินส่วนตัว ความจริงคือการมีเงินส่วนตัวเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย
ทำไมแม่บ้านต้องมีเงินส่วนตัว?

1. เพราะงานบ้านมีมูลค่าจริง
งานที่แม่บ้านทำทุกวันนั้นถ้าต้องจ้างคนทำ ไม่ว่าจะเป็นพี่เลี้ยงเด็ก แม่บ้าน พ่อครัว คนขับรถ มีมูลค่าสูงมาก การดูแลบ้านและลูกเต็มเวลาคือการมีส่วนร่วมต่อครอบครัวอย่างแท้จริง
2. เพราะความมั่นคงทางการเงินส่วนบุคคลสำคัญ
การต้องขอเงินทุกครั้งที่อยากซื้ออะไรไม่ใช่ชีวิตที่ดี การมีเงินส่วนตัวช่วยให้รู้สึกมีศักดิ์ศรี มีอิสรภาพ และไม่ต้องรู้สึกผิดทุกครั้งที่ใช้เงิน
3. เพราะชีวิตไม่แน่นอน
ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน เจ็บป่วย หรือสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน การมีเงินส่วนตัวเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญมากค่ะ
แม่บ้านควรมีเงินส่วนตัวเท่าไหร่?
ไม่มีตัวเลขสากลที่ตายตัว แต่มีหลักคิดที่ใช้ได้จริงสำหรับครอบครัวไทยค่ะ

หลักคิดที่ 1: 10% ของรายได้ครอบครัว
ถ้าครอบครัวมีรายได้เดือนละ 50,000 บาท แม่บ้านควรมีเงินส่วนตัวอย่างน้อย 5,000 บาทต่อเดือน แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า กิจกรรมส่วนตัว และเงินเก็บส่วนตัวบ้าง
หลักคิดที่ 2: คำนวณจากความจำเป็นจริง
ลองรวมค่าใช้จ่ายที่แม่บ้านต้องใช้เองจริงๆ ต่อเดือน เช่น
| หมวด | ตัวอย่างค่าใช้จ่าย |
| ดูแลตัวเอง | ตัดผม นวด ครีมบำรุง ~500–2,000 บาท |
| เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว | ~500–1,500 บาท |
| กิจกรรมส่วนตัว | คอร์สออนไลน์ หนังสือ งานอดิเรก ~500–1,000 บาท |
| เงินสำรองส่วนตัว | ควรมีอย่างน้อย 1,000–2,000 บาท |
| รวม | ~2,500–6,500 บาท/เดือน |
หลักคิดที่ 3: มีเงินฉุกเฉินส่วนตัวอย่างน้อย 3 เดือน
นอกจากเงินใช้รายเดือนแล้ว ควรมีเงินออมส่วนตัวที่เป็นของตัวเองจริงๆ ไม่ใช่เงินรวมครอบครัว อย่างน้อย 3 เท่าของค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่อเดือน เก็บไว้ในบัญชีของตัวเองค่ะ
วิธีพูดคุยเรื่องนี้กับสามี

หลายคู่ไม่เคยคุยเรื่องนี้กันตรงๆ เพราะรู้สึกกระอักกระอ่วน แต่การไม่คุยกันยิ่งทำให้ปัญหาสะสม ลองใช้วิธีเหล่านี้ค่ะ
พูดในเชิงทีม ไม่ใช่การขอ แทนที่จะพูดว่า “ขอเงินส่วนตัวได้ไหม” ลองพูดว่า “เราช่วยกันวางแผนเงินของครอบครัวกันใหม่ได้ไหม อยากให้มีส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวของแต่ละคนด้วย”
ชี้ให้เห็นมูลค่าของงานที่ทำ ลองคำนวณให้ดูว่าถ้าต้องจ้างคนมาทำงานที่แม่บ้านทำทุกวัน จะต้องใช้เงินเท่าไหร่ต่อเดือน นั่นคือมูลค่าที่แม่บ้านมีส่วนร่วมต่อครอบครัว
ตั้งเป็นระบบ ไม่ใช่ขอเป็นครั้งๆ วางแผนให้ชัดเจนว่าแต่ละเดือนจะมีเงินส่วนตัวเท่าไหร่ โอนเข้าบัญชีตัวเองอัตโนมัติ ไม่ต้องขอทุกครั้ง
แม่บ้านหารายได้เองได้ไหม?
ได้และควรทำด้วยค่ะ การมีรายได้ส่วนตัวช่วยให้มีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น ตัวเลือกที่เหมาะกับแม่บ้านที่มีเวลาจำกัดค่ะ
- ขายของออนไลน์ — Shopee Lazada TikTok Shop ทำได้จากบ้าน
- รับงานฟรีแลนซ์ — เขียนเนื้อหา แปลภาษา ออกแบบ ตามทักษะที่มี
- สอนออนไลน์ — ถ้ามีความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง
- ทำคอนเทนต์ — YouTube หรือ TikTok ในหัวข้อที่สนใจ
- งานพาร์ทไทม์ที่บ้าน — รับเบเกอรี่ ทำอาหาร ฝีมือต่างๆ
สิทธิทางกฎหมายที่แม่บ้านไทยควรรู้
ตามกฎหมายไทย ทรัพย์สินที่คู่สมรสหามาได้ระหว่างสมรสถือเป็น สินสมรส ของทั้งสองฝ่ายเท่าๆ กัน แม้ฝ่ายหนึ่งจะไม่ได้ทำงานนอกบ้านก็ตาม นั่นหมายความว่าแม่บ้านมีสิทธิ์ในทรัพย์สินครอบครัวตามกฎหมายค่ะ

สรุป
การมีเงินส่วนตัวของแม่บ้านไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือยหรือการไม่ไว้วางใจกัน แต่เป็นการให้เกียรติงานที่แม่บ้านทำและสร้างความมั่นคงให้ทั้งครอบครัว ลองเริ่มคุยกับคู่ครองเพื่อวางระบบที่เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายตั้งแต่วันนี้
แหล่งอ้างอิง:
- MoneyHub Thailand — สามี vs ภรรยา ใครคือผู้คุมการเงินของครอบครัว?
- ธนาคารแห่งประเทศไทย — วางแผนการเงิน ฉบับสมรสเท่าเทียม 2568
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — บทบัญญัติเรื่องสินสมรส
บทความที่เกี่ยวข้อง:

