นิทานก่อนนอน

นิทานก่อนนอน เด็กหญิงที่ไม่เคยพูดคำว่าขอบคุณ

ข้อคิดจากนิทาน : คำว่าขอบคุณไม่ได้ทำให้เราเล็กลง แต่ทำให้เราเห็นว่าโลกรอบข้างนั้นใหญ่และงดงามแค่ไหน

ในหมู่บ้านริมคลองแห่งหนึ่ง มีบ้านหลังใหญ่ที่ร่มรื่นด้วยต้นมะม่วงสูงใหญ่ และในบ้านนั้นมีเด็กหญิงคนหนึ่งชื่อ “แก้ว” อายุสิบเอ็ดปี

แก้วเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว พ่อแม่รักและตามใจเสมอ เธอฉลาด อ่านหนังสือเก่ง และสวยน่ารัก แต่มีสิ่งหนึ่งที่แก้วไม่เคยทำมาตลอดชีวิต

นั่นคือ การพูดว่าขอบคุณ

ไม่ใช่เพราะลืม แต่เพราะคิดว่าไม่จำเป็น

“คนอื่นช่วยเราเพราะเขาอยากช่วย ไม่ต้องขอบคุณก็ได้” แก้วคิดในใจทุกครั้ง

ทุกเช้าแม่ตักข้าวให้ แก้วหยิบช้อนกินโดยไม่หันมามอง ทุกวันพ่อส่งแก้วไปโรงเรียน แก้วลงจากรถแล้วเดินเข้าประตูโดยไม่หันกลับ เพื่อนหยิบดินสอให้ยืม แก้วรับมาแล้วก็เดินไป

ทุกคนรอบข้างรู้ว่าแก้วเป็นแบบนี้ บางคนเงียบ บางคนหัวเราะให้ผ่านไป และบางคนก็เริ่มเหนื่อยใจ

วันหนึ่งระหว่างทางกลับบ้าน แก้วเดินผ่านสวนของ ยายคำ ชาวสวนแก่ที่ปลูกดอกไม้งามที่สุดในหมู่บ้าน แก้วเห็นดอกมะลิบานสะพรั่งริมรั้ว จึงเด็ดมาหนึ่งช่อโดยไม่ได้ขอ

ยายคำเห็นแต่ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่พูดเบาๆ ว่า

“หนูชอบดอกมะลิไหมจ๊ะ?”

“ชอบค่ะ” แก้วตอบสั้นๆ แล้วเดินต่อไปโดยไม่หันหลัง

ยายคำส่ายหัวแล้วก้มลงดูแลต้นไม้ต่อ

สัปดาห์ต่อมา แก้วเดินผ่านสวนยายคำอีกครั้ง คราวนี้หยุดชะงัก

ดอกมะลิที่เคยบานสวยงามไม่มีเหลืออีกแล้ว ยายคำถอนต้นออกหมดแล้ว เหลือแต่ดินว่างเปล่า

แก้วเดินเข้าไปถามว่า “ดอกมะลิยายไปไหนคะ?”

ยายคำยิ้มอ่อนๆ แล้วตอบว่า “ยายเอาไปปลูกไว้ที่อื่นจ้ะ ที่นี่จะปลูกอย่างอื่นแทน”

“แต่หนูอยากได้ดอกมะลิอีก” แก้วพูดตรงๆ

“ก็ได้จ้ะ” ยายคำพูด “แต่ยายอยากถามหน่อยนะ สัปดาห์ที่แล้วหนูเด็ดดอกไม้ยายไป หนูรู้สึกยังไงบ้าง?”

แก้วนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้จะตอบอย่างไร

“หนูไม่ได้รู้สึกอะไรหรือเปล่าจ้ะ?” ยายคำถามเบาๆ

“ก็… ขอบคุณค่ะ?” แก้วพูดออกมาแบบงงๆ ราวกับไม่แน่ใจว่าคำนั้นใช้ถูกหรือเปล่า

ยายคำส่ายหัวเบาๆ แล้วพูดว่า “ขอบคุณที่แท้จริงต้องมาจากใจ ไม่ใช่จากปากเพียงอย่างเดียวนะจ๊ะ”

แก้วเดินกลับบ้านด้วยความงงงวย คืนนั้นนอนคิดอยู่นาน แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิด

จนวันหนึ่ง สิ่งที่แก้วไม่เคยสังเกตก็ปรากฏให้เห็น

เช้าวันนั้นแม่ป่วยนอนอยู่บนเตียง ไม่มีใครตักข้าวให้ ไม่มีใครเตรียมกระเป๋านักเรียน ไม่มีใครส่งไปโรงเรียน

แก้วยืนงงอยู่กลางบ้าน ไม่รู้ว่าของอยู่ที่ไหน ทำอาหารเองก็ไม่เป็น หาเงินค่ารถก็ไม่รู้ว่าอยู่ในลิ้นชักไหน

แก้วเดินเข้าไปในห้องแม่ เห็นแม่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียง แล้วก็รู้สึกอะไรบางอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

รู้สึกว่าตัวเองเล็กมาก

แก้วนั่งลงข้างเตียงแม่ มองหน้าแม่ที่หลับตาอยู่ นึกขึ้นมาได้ว่าทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมามีข้าวบนโต๊ะ ทุกเย็นที่กลับมามีน้ำอุ่นรอ ทุกวันที่โรงเรียนมีดินสอพร้อมในกระเป๋า

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเอง

มีคนทำให้ตลอด โดยที่แก้วไม่เคยหันมามองเลยแม้แต่ครั้งเดียว

น้ำตาไหลออกมาโดยไม่ทันรู้ตัว แก้วจับมือแม่เบาๆ แล้วกระซิบออกมาครั้งแรกในชีวิตด้วยเสียงสั่นว่า

“ขอบคุณนะแม่ ที่ทำทุกอย่างให้หนูมาตลอด”

แม่ลืมตาขึ้นมองลูกสาวด้วยสายตาอ่อนโยน แล้วยิ้มเบาๆ ไม่พูดอะไร แต่บีบมือแก้วเบาๆ กลับ

วันรุ่งขึ้นแก้วตื่นแต่เช้า ลองทำข้าวต้มให้แม่เองเป็นครั้งแรก ออกมาไม่สวย เค็มเกินไปนิดหน่อย แต่แม่กินหมดชามโดยไม่บ่น

แก้วยังไปหายายคำที่สวน

“ยายคะ หนูขอโทษที่เด็ดดอกไม้โดยไม่ขอ และขอบคุณที่ยายปลูกดอกไม้สวยๆ ให้คนในหมู่บ้านได้ดูนะคะ”

ยายคำหยุดรดน้ำต้นไม้ หันมามองแก้วอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่แก้วเคยเห็น

“นั่นแหละ” ยายคำพูด “นั่นคือคำขอบคุณที่แท้จริง”

แล้วยายคำก็เดินไปหักกิ่งมะลิที่แตกหน่อใหม่ออกมาช่อหนึ่ง ส่งให้แก้วด้วยมือทั้งสองข้าง

แก้วเดินกลับบ้านถือดอกมะลิอยู่ในมือ กลิ่นหอมลอยฟุ้งตามลม

และครั้งแรกในชีวิต แก้วรู้สึกว่าดอกไม้ช่อนี้ หอมกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะคราวนี้ได้มาด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป

ได้มาด้วย ความกตัญญู 🌸

ข้อคิดจากนิทาน : คำว่าขอบคุณไม่ได้ทำให้เราเล็กลง แต่ทำให้เราเห็นว่าโลกรอบข้างนั้นใหญ่และงดงามแค่ไหน

🔗 แนะนำบทความอื่น

นิทานก่อนนอน เรื่องลูกกบที่ไม่รักษาสัญญา

นิทานพร้อมข้อคิด เด็กชายกับเสือในทุ่งนา

นิทานก่อนนอน เรื่องเจ้าชายแห่งสระน้ำ

our shop
our shop

You may also like