สุขภาพคุณแม่ สุขภาพผู้หญิง สุขภาพแม่และเด็ก

ออฟฟิศซินโดรมในแม่บ้าน มีจริงไหม?

แม่บ้านเป็นออฟฟิศซินโดรมได้จริง ไม่ต้องนั่งหน้าคอม แค่อุ้มลูก ล้างจาน กวาดบ้าน หรือก้มดูมือถือนานๆ ก็เสี่ยงได้ รู้จักอาการ กิจกรรมเสี่ยง และวิธีป้องกันก่อนปวดเรื้อรัง

เวลาพูดถึงออฟฟิศซินโดรม หลายคนนึกถึงพนักงานออฟฟิศที่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน แต่ความจริงคือแม่บ้านที่ดูแลบ้านและลูกเต็มเวลาก็มีความเสี่ยงเป็นออฟฟิศซินโดรมได้เช่นกัน เพียงแต่สาเหตุต่างกันออกไปค่ะ

ออฟฟิศซินโดรมคืออะไร?

ออฟฟิศซินโดรมไม่ใช่โรค แต่คือกลุ่มอาการที่เกิดจากการอยู่ในท่าทางเดิมนานเกินไปหรือทำท่าเดิมซ้ำๆ ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนหดตัวและเกิดการอักเสบ อาการหลักคือปวดกล้ามเนื้อและเกร็งตึง โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า และหลัง

สาเหตุหลักของออฟฟิศซินโดรมคือ Myofascial Pain Syndrome หรือกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการใช้กลุ่มกล้ามเนื้อเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน

แม่บ้านเป็นออฟฟิศซินโดรมได้จริงหรือ?

จริงค่ะ เพราะหัวใจของออฟฟิศซินโดรมไม่ใช่การนั่งหน้าคอม แต่คือ การทำท่าเดิมซ้ำๆ นานๆ ซึ่งแม่บ้านทำแทบทุกวันค่ะ

ปัจจัยเสี่ยงหลักของออฟฟิศซินโดรมได้แก่ การทำงานซ้ำๆ เป็นเวลานานโดยไม่พักเพียงพอ ท่าทางที่ไม่เหมาะสมหรือทำงานในท่าที่ไม่สบาย

กิจกรรมในบ้านที่เสี่ยงมากที่สุดค่ะ

  • อุ้มลูกบ่อย — แขน บ่า และหลังต้องรับน้ำหนักซ้ำๆ
  • ก้มล้างจาน — คอและหลังส่วนล่างก้มนานติดต่อกัน
  • กวาดและถูบ้าน — ไหล่และข้อมือเคลื่อนไหวซ้ำๆ
  • นั่งดูมือถือหรือให้นมลูก — คอก้มนานทำให้เกิด Text Neck
  • ยกของหนักในบ้าน — กระเป๋าตลาด ถังน้ำ ตะกร้าผ้า

อาการที่แม่บ้านมักเป็น

ปวดคอและบ่า

การก้มคอเพียงเล็กน้อยขณะดูโทรศัพท์หรือก้มทำกิจวัตรต่างๆ เพิ่มแรงกดบนกระดูกสันหลังส่วนคอมากกว่าปกติ เมื่อก้มมากขึ้นน้ำหนักที่คอต้องรับเพิ่มขึ้นตาม ทำให้กล้ามเนื้อคอและไหล่ต้องทำงานหนักตลอดเวลา

ปวดหลังส่วนล่าง

อย่างน้อย 1 ใน 4 ของผู้ใหญ่มีปัญหาคอหรือหลังในบางช่วงของชีวิต สำหรับแม่บ้านที่ต้องก้มๆ เงยๆ ตลอดวัน ความเสี่ยงยิ่งสูงกว่าค่ะ

ปวดข้อมือและนิ้ว

การนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม ท่าทางไม่ถูกต้อง หรือทำงานในท่าที่ไม่สบายทำให้กล้ามเนื้อต้องออกแรงมากกว่าปกติ สำหรับแม่บ้านที่บีบผ้า ล้างจาน หรือสับหั่นอาหารบ่อยๆ ข้อมือและนิ้วเป็นส่วนที่เสี่ยงมากค่ะ

ปวดหัวเรื้อรัง

ออฟฟิศซินโดรมไม่ได้กระทบแค่กล้ามเนื้อ แต่ยังอาจทำให้ปวดหัว คลื่นไส้ และอาเจียนได้ด้วย อาการปวดหัวที่มาจากกล้ามเนื้อคอและบ่าตึงเรื้อรังเป็นสิ่งที่แม่บ้านหลายคนเป็นแต่ไม่รู้สาเหตุค่ะ

ชาและอ่อนแรงที่มือหรือแขน

อาจมีอาการชาโดยเฉพาะในกล้ามเนื้อที่ใช้งานบ่อย เช่น คอ หลัง บ่า แขน หรือข้อมือ

ความเครียดทำให้แย่ลงได้ด้วย

ความเครียดในระดับที่สูงขึ้นเล็กน้อยก็เพิ่มความเสี่ยงของการปวดคอได้ถึง 1.6 เท่า นอกจากนี้ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และการขาดการสนับสนุนทางสังคมก็เพิ่มความเสี่ยงด้วยเช่นกัน

แม่บ้านที่ดูแลลูกและบ้านเพียงคนเดียวโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือเพียงพอ มักสะสมความเครียดที่ทำให้อาการปวดกล้ามเนื้อแย่ลงโดยไม่รู้ตัวค่ะ

วิธีป้องกันและบรรเทาออฟฟิศซินโดรมในแม่บ้าน

1. สลับท่าทางบ่อยๆ

การนั่งหรืออยู่ในท่าเดิมนานเกินไปบังคับให้กล้ามเนื้อทำงานหนักขึ้น ทำให้เกิดความแข็งตึงและการอักเสบ ทุก 30–45 นาที ควรเปลี่ยนท่าหรือพักยืดเส้นยืดสายสักครู่ค่ะ

2. ปรับท่าทางขณะอุ้มลูก

อุ้มลูกสลับข้างเสมอ ไม่อุ้มข้างเดียวนาน ถ้าเป็นไปได้ควรใช้ผ้าอุ้มหรือเป้อุ้มที่กระจายน้ำหนักไปที่ลำตัวแทนแขนและไหล่ค่ะ

3. ยืดกล้ามเนื้อทุกวัน

การยืดกล้ามเนื้อคอ บ่า หลังส่วนบนและล่าง รวมถึงข้อมือทุกวัน ค้างไว้ 15–30 วินาทีต่อท่า ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและบรรเทาความตึงได้ทันที การเล่นโยคะหรือพิลาทิสที่บ้านก็ช่วยเรื่องความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ดีมากค่ะ

4. ระวังท่าก้มคอดูมือถือ

ควรหลีกเลี่ยงการก้มคอนานๆ ปรับหน้าจอให้อยู่ระดับสายตา และอย่าหนีบโทรศัพท์ไว้กับไหล่ขณะคุย ควรนั่งตัวตรงโดยให้หลังพิงพนักพิงและพักเปลี่ยนท่าทุก 30–60 นาที

5. ออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรง

โปรแกรมออกกำลังกายที่เน้นเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลาง หลัง และคอ ช่วยฟื้นฟูสมดุลและป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ ท่าที่ดีสำหรับแม่บ้านได้แก่ Plank Bridge และการออกกำลังกายด้วยแรงต้านเบาๆ ค่ะ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด?

ไปพบผู้เชี่ยวชาญถ้ามีอาการเหล่านี้ค่ะ

  • ปวดเรื้อรังนานกว่า 2 สัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น
  • ชาหรืออ่อนแรงที่แขน มือ หรือขา
  • ปวดร้าวลงแขนหรือขา
  • อาการรบกวนการนอนหลับหรือชีวิตประจำวันอย่างมีนัยสำคัญ

นักกายภาพบำบัดจะประเมินสาเหตุของอาการ ทำการรักษาด้วยมือ ให้ความรู้เรื่องการป้องกัน และออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายเฉพาะบุคคลค่ะ

สรุป

ออฟฟิศซินโดรมในแม่บ้านมีจริงค่ะ เพียงแต่เกิดจากการอุ้มลูก ล้างจาน กวาดบ้าน และก้มดูมือถือ แทนที่จะเกิดจากการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ การสลับท่าทาง ยืดกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ และออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงคือวิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุดค่ะ อย่าปล่อยให้ปวดเรื้อรังโดยคิดว่าเป็นเรื่องปกติของการเป็นแม่บ้านนะคะ

แหล่งอ้างอิง:

  • Bangkok Hospital — Preventing Office Syndrome While Working from Home
  • BNH Hospital — Office Syndrome: The Silent Threat for Working Adults (2024)
  • Bangkok Physiotherapy Center — Office Syndrome Exercises and Stretches (2026)
  • Johns Hopkins Medicine — Addressing Neck and Back Pain When Working from Home
  • Physiopedia — Office Ergonomics and Neck Pain

บทความที่เกี่ยวข้อง:


**สินค้าแนะนำที่เกี่ยวกับบทความนี้**

วิตามินและอาหารเสริมสำหรับผู้หญิง ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุดได้ที่ Shopee

*ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link)*

You may also like