
“เงินเดือนแค่นี้จะเก็บได้ยังไง?” ประโยคนี้คงผ่านหัวหลายคนมาแล้วค่ะ บางคนรู้สึกว่าการเก็บเงินเป็นสิทธิพิเศษของคนมีรายได้สูงเท่านั้น แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นค่ะ
นักการเงินทั่วโลกยืนยันตรงกันว่า นิสัยการเก็บเงินสำคัญกว่าจำนวนเงินที่เก็บ คนที่เก็บเงินได้น้อยแต่สม่ำเสมอทุกเดือน มักมีความมั่นคงทางการเงินมากกว่าคนที่รายได้สูงแต่ใช้จ่ายตามใจค่ะ
บทความนี้รวบรวม 7 วิธีเก็บเงินที่ใช้ได้จริงสำหรับคนเงินเดือนน้อย ไม่ต้องรอให้รวยก่อนค่ะ เริ่มได้เลยตั้งแต่วันนี้ค่ะ
ปัญหาไม่ใช่เงินน้อย แต่คือระบบที่ไม่มี

ก่อนจะไปถึงวิธีเก็บเงิน ต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมคนเงินเดือนน้อยถึงเก็บเงินได้ยากค่ะ
ปัญหาที่ 1 — ใช้ก่อนเก็บทีหลัง นี่คือกับดักที่ใหญ่ที่สุดค่ะ คนส่วนใหญ่วางแผนว่าจะเก็บเงินที่เหลือหลังใช้จ่าย แต่ในชีวิตจริงมักไม่มีอะไรเหลือให้เก็บค่ะ
ปัญหาที่ 2 — ไม่รู้ว่าเงินหายไปไหน หลายคนพอสิ้นเดือนก็งงว่าเงินหมดไปยังไง ไม่มีการจดบันทึกรายจ่าย ทำให้ไม่รู้ว่าควรตัดค่าใช้จ่ายไหนออกค่ะ
ปัญหาที่ 3 — ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน การเก็บเงินแบบลอยๆ โดยไม่รู้ว่าเก็บเพื่ออะไร มักล้มเลิกกลางทางค่ะ สมองมนุษย์ต้องการเป้าหมายที่จับต้องได้ค่ะ
ถ้าเข้าใจปัญหาเหล่านี้แล้ว มาดูวิธีแก้ที่ได้ผลจริงกันเลยค่ะ
7 วิธีเก็บเงินสำหรับคนเงินเดือนน้อยที่ได้ผลจริง

วิธีที่ 1 — เก็บก่อนใช้ทันทีที่ได้รับเงินเดือน
หลักการง่ายๆ คือพอได้รับเงินเดือนให้โอนเงินออมออกไปก่อนเลยค่ะ ไม่ต้องรอดูว่าจะเหลือเท่าไหร่ แม้จะเป็นแค่ 5-10% ของเงินเดือนก็ยังดีกว่าไม่เก็บเลยค่ะ
เงินเดือน 15,000 บาท เก็บ 10% = 1,500 บาท/เดือน = 18,000 บาท/ปี ค่ะ
วิธีที่ 2 — ทำบัญชีรายรับรายจ่ายทุกวัน
ไม่ต้องใช้แอปซับซ้อนค่ะ แค่จดในมือถือหรือสมุดเล็กๆ ว่าวันนี้ใช้เงินไปกับอะไรบ้าง แค่ทำแบบนี้สม่ำเสมอ 1 เดือน จะเห็นทันทีว่าเงินหายไปกับอะไรค่ะ
วิธีที่ 3 — ใช้กฎ 24 ชั่วโมงก่อนซื้อของที่ไม่จำเป็น
ทุกครั้งที่อยากซื้อของที่ไม่ได้วางแผนไว้ให้รอ 24 ชั่วโมงก่อนค่ะ ส่วนใหญ่ความอยากจะหายไปเองค่ะ วิธีนี้ช่วยลดรายจ่าย impulse buying ได้มากค่ะ
วิธีที่ 4 — ตั้งเป้าหมายที่จับต้องได้
แทนที่จะบอกว่า “อยากมีเงินเก็บ” ให้เปลี่ยนเป็น “ภายใน 6 เดือนอยากมีกองทุนฉุกเฉิน 10,000 บาท” ค่ะ เป้าหมายที่ชัดเจนทำให้มีแรงจูงใจมากขึ้นมากค่ะ
วิธีที่ 5 — ลดค่าใช้จ่ายประจำที่ไม่จำเป็น
ลองตรวจสอบค่าใช้จ่ายประจำที่จ่ายทุกเดือนค่ะ เช่น ค่า streaming ที่ไม่ได้ดู ค่าสมาชิก gym ที่ไม่ได้ไป หรือค่าโทรศัพท์ที่แพงเกินความจำเป็น ตัดออกได้เลยค่ะ
วิธีที่ 6 — ใช้ธนบัตร 50 บาท
วิธีนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ยังใช้เงินสดค่ะ ทุกครั้งที่ได้รับธนบัตร 50 บาทเป็นเงินทอน ให้เก็บแยกไว้อย่าใช้ค่ะ หลายคนพบว่าสิ้นเดือนมีเงินเก็บโดยไม่รู้ตัวหลายร้อยบาทค่ะ
วิธีที่ 7 — หาช่องทางเพิ่มรายได้
บางครั้งปัญหาไม่ใช่การใช้จ่ายมากเกินไป แต่เป็นรายได้ที่น้อยเกินไปค่ะ ลองหารายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ เช่น ขายของออนไลน์ รับงาน freelance หรือสอนพิเศษค่ะ แม้เพิ่มได้แค่เดือนละ 1,000-2,000 บาท ก็ช่วยได้มากค่ะ
ถ้าเริ่มวันนี้ ชีวิตจะเปลี่ยนแค่ไหน?

ลองดูตัวเลขนี้ค่ะ สมมติเก็บเงินได้เดือนละ 1,500 บาท (เงินเดือน 15,000 บาท เก็บ 10%)
| ระยะเวลา | เงินที่ได้ |
| 6 เดือน | 9,000 บาท (กองทุนฉุกเฉิน) |
| 1 ปี | 18,000 บาท |
| 3 ปี | 54,000 บาท |
| 5 ปี | 90,000 บาท |
| 10 ปี | 180,000 บาท |
และถ้านำเงินไปฝากบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงหรือกองทุนรวม ตัวเลขเหล่านี้จะสูงขึ้นอีกมากค่ะ
แค่เดือนละ 1,500 บาท ใน 10 ปี คุณจะมีเงินเกือบ 200,000 บาทค่ะ
เริ่มเล็กๆ แต่เริ่มเลยค่ะ

การเก็บเงินไม่ใช่เรื่องของคนรวยค่ะ แต่เป็นเรื่องของนิสัยและวินัยที่ทุกคนสร้างได้ ไม่ว่าจะมีรายได้เท่าไหร่
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่จำนวนเงินที่เก็บ แต่คือการเริ่มต้นและทำอย่างสม่ำเสมอค่ะ แม้จะเริ่มจากแค่ 100 บาทต่อวัน หรือ 500 บาทต่อเดือน ก็ดีกว่าไม่เริ่มเลยค่ะ
Warren Buffett นักลงทุนระดับโลกเคยกล่าวไว้ว่า “Do not save what is left after spending, but spend what is left after saving” หรือแปลได้ว่า อย่าเก็บเงินที่เหลือจากการใช้จ่าย แต่จงใช้เงินที่เหลือหลังจากเก็บแล้วค่ะ
เริ่มวันนี้เลยนะคะ เพราะวันที่ดีที่สุดในการเริ่มเก็บเงินคือวันนี้ค่ะ 💪
📚 แหล่งอ้างอิง
- ธนาคารออมสิน — แนวทางการออมเงินสำหรับประชาชน
- Warren Buffett — หลักการ Pay Yourself First
บทความที่เกี่ยวข้อง
เก็บเงินวันละ 100 บาท ใน 1 ปีได้เท่าไหร่? คำตอบอาจเปลี่ยนชีวิตคุณ
ทำไมคนไทยส่วนใหญ่ไม่มีเงินเก็บ? ความจริงที่ไม่มีใครบอกคุณ
5 วิธีหาเงินพิเศษสำหรับแม่บ้าน ทำที่บ้านได้ ไม่ต้องลงทุน

