🐒 ลิงผู้ทรนง
ในป่าใหญ่แห่งหนึ่งบนยอดเขาสูง มีต้นไม้ยักษ์ต้นหนึ่งที่สัตว์ทุกตัวในป่าเรียกว่า “ต้นแห่งราชา” เพราะใครก็ตามที่ได้อาศัยอยู่บนยอดสูงสุดของต้นนี้ จะได้รับการยกย่องว่าเป็น ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในป่า

และตอนนี้ ผู้ที่อาศัยอยู่บนยอดนั้นคือ ลิงหนุ่มชื่อ “เจ้าแกร่ง”
เจ้าแกร่งมีร่างกายแข็งแรง กระโดดได้สูงและไกลกว่าลิงตัวไหนในป่า ขนสีน้ำตาลแดงเงางามราวกับได้รับพรจากดวงอาทิตย์ และที่สำคัญที่สุด เจ้าแกร่งรู้ดีว่าตัวเองเก่ง
รู้ดีมากเกินไปเสียด้วย

ทุกเช้าเจ้าแกร่งจะนั่งบนกิ่งสูงสุด มองลงมายังสัตว์ตัวอื่นๆ แล้วพูดเสียงดังว่า
“ดูสิ เต่าช้าจังเลย ข้ากระโดดจากต้นนี้ไปต้นโน้นได้ในพริบตา!”
“กระรอกตัวนั้นหาอาหารอยู่นานแค่ไหน ข้าหาได้ภายในครึ่งวันเอง”
“นกตัวไหนกันที่ร้องเพลงเพี้ยนๆ อยู่นั่น ข้าร้องได้ไพเราะกว่าทั้งป่าแน่นอน”
สัตว์ทั้งหลายได้ยินแล้วก็เงียบ บางตัวก้มหน้า บางตัวเดินหนี ไม่มีใครโต้ตอบ เพราะรู้ดีว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์

มีเพียง ยายเต่าแก่ ที่อาศัยอยู่โคนต้นแห่งราชามานานหลายสิบปี ที่มองขึ้นไปหาเจ้าแกร่งแล้วส่ายหัวเบาๆ โดยไม่พูดอะไร
วันหนึ่งมีข่าวแพร่กระจายทั่วป่าว่า พายุใหญ่กำลังจะมา สัตว์ทุกตัวเริ่มวุ่นวายเตรียมตัว กระต่ายขุดรู นกสานรัง แมลงหาที่หลบ แต่เจ้าแกร่งยังนั่งอยู่บนยอดไม้สูง แกว่งขาอย่างสบายใจ

“พายุอะไรจะมากล้าสั่นต้นแห่งราชาได้ ข้าอยู่สูงที่สุดในป่า ไม่มีอะไรทำอะไรข้าได้หรอก”
ยายเต่าแก่เงยหน้ามองแล้วพูดเบาๆ ว่า “หลานเอ๋ย ลงมาเถอะ ต้นไม้สูงคือต้นแรกที่ลมจะพัดถึง”
เจ้าแกร่งหัวเราะลั่น “ยายแก่รู้อะไร อยู่กับพื้นดินมาทั้งชีวิต ไม่เคยขึ้นสูงสักครั้ง จะมาสอนข้าได้อย่างไร”
ยายเต่าไม่ตอบ ค่อยๆ ชักหัวเข้ากระดอง แล้วรอ

พายุมาในคืนนั้นเอง

ลมแรงราวกับยักษ์กำลังโกรธ กิ่งไม้หักระเนระนาด เสียงดังสนั่นทั้งป่า เจ้าแกร่งพยายามเกาะกิ่งสูงสุดอย่างสุดแรง แต่ลมแรงเกินไป
กิ่งหักดังปัง

เจ้าแกร่งร่วงหล่นลงมา กระแทกกิ่งแล้วกิ่งเล่า ก่อนจะตกลงมากองอยู่ที่โคนต้น ข้างๆ ยายเต่าซึ่งหดอยู่ในกระดองอย่างปลอดภัย
รุ่งเช้าพายุสงบ เจ้าแกร่งนอน唇ยู่กับพื้น บาดเจ็บและอับอาย สัตว์ทั้งหลายมองมาด้วยความเป็นห่วง แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
จนยายเต่าค่อยๆ เดินมาหยุดอยู่ข้างๆ แล้วถามเบาๆ ว่า “เป็นอะไรบ้างหลาน?”
เจ้าแกร่งอยากพูดว่าไม่เป็นอะไร แต่ขาเจ็บมากจนลุกไม่ขึ้น จึงได้แต่นอนนิ่ง

ยายเต่าไม่รอให้ตอบ เรียกสัตว์รอบข้างมาช่วยกันหาใบไม้รักษาแผล บางตัวนำผลไม้มาให้กิน บางตัวช่วยพยุงให้นั่งพิง สัตว์ที่เจ้าแกร่งเคยดูถูกทุกตัว ต่างมาช่วยโดยไม่มีใครถามว่าทำไม
เจ้าแกร่งนั่งมองสัตว์เหล่านั้นอยู่นาน มีบางอย่างในใจที่เริ่มสั่นคลอน
“ทำไมพวกแกถึงช่วยข้า ทั้งที่ข้าเคย…” พูดไม่จบประโยค
กระรอกตัวเล็กที่เคยถูกเจ้าแกร่งล้อเลียนตอบว่า “เพราะวันนี้แกต้องการความช่วยเหลือ แค่นั้นพอแล้ว”
เจ้าแกร่งนิ่งไปนานมาก แล้วก็ก้มหน้าลงต่ำกว่าที่เคยก้มมาทั้งชีวิต
“ข้า… ขอโทษพวกแกด้วย ที่ผ่านมาข้าพูดจาไม่ดีกับทุกคน”

ป่าเงียบลงชั่วขณะ จากนั้นยายเต่าก็พูดอย่างอ่อนโยนว่า
“ความแข็งแกร่งที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่กระโดดได้สูงแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเมื่อล้มลงแล้ว ยังมีใครยื่นมือมาช่วยหรือเปล่า”
เจ้าแกร่งใช้เวลาหลายวันฟื้นตัว และในระหว่างนั้นก็ได้เรียนรู้สิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน
ได้เรียนรู้ว่า เต่าช้า แต่รู้เส้นทางในป่าดีกว่าใคร ได้เรียนรู้ว่า กระรอกตัวเล็ก จำที่ซ่อนอาหารได้นับร้อยจุดโดยไม่เคยหลง ได้เรียนรู้ว่า นกที่ร้องเพี้ยน คือตัวที่ส่งสัญญาณเตือนภัยให้ป่าได้เร็วที่สุด
ทุกตัวมีสิ่งที่ตัวเองทำได้ดี เพียงแต่เป็นคนละอย่างกัน
เมื่อหายดีแล้ว เจ้าแกร่งกลับขึ้นต้นแห่งราชาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้ขึ้นไปนั่งมองลงมาดูถูกใคร
แต่ขึ้นไปเพื่อ มองออกไปไกลๆ แล้วบอกสัตว์ข้างล่างว่ามีอะไรมาจากทางไหน

ใช้ความสูงที่มีเพื่อช่วยคนอื่น ไม่ใช่เพื่อข่มคนอื่น
และนับจากวันนั้น เสียงหัวเราะในป่าก็ดังขึ้นกว่าเดิม เพราะมีลิงหนุ่มคนหนึ่งที่เริ่มหัดฟัง แทนที่จะพูดคนเดียว 🐒🌿
ต้นไม้ที่สูงที่สุดคือต้นแรกที่ลมพัดถึง ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงคือการรู้ว่าตัวเองยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมาก
แนะนำบทความอื่น
นิทานพร้อมข้อคิด เรื่อง เมล็ดพันธุ์แห่งความกล้า

