เงินเดือน 15,000 บาทเป็นตัวเลขที่หลายคนรู้สึกว่าอยู่ไม่พอ แต่ความจริงคือ ปัญหาทางการเงินส่วนใหญ่มักไม่ได้อยู่ที่อัตรารายได้ที่น้อยเท่านั้น แต่ยังเป็นผลมาจากการขาดแบบแผนในการจัดสรรงบประมาณที่ชัดเจน และขาดความรู้ความเข้าใจในการแยกแยะระหว่างรายจ่ายจำเป็นกับรายจ่ายตามไลฟ์สไตล์
เริ่มจากรู้จักรายจ่ายตัวเองก่อน
วิธีแรกที่ขอเน้นย้ำไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่หรือคนทำงานมานาน การทำบัญชีรายรับรายจ่ายถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมันช่วยให้เห็นจำนวนเงินเข้าออกในแต่ละเดือนว่าเป็นอย่างไร ช่วยประเมินรายได้กับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแต่ละวันสวนทางกันมากน้อยแค่ไหน
ก่อนจะวางแผนออม ต้องรู้ก่อนว่าเงินหายไปไหนค่ะ ลองจดทุกรายจ่ายใน 1 เดือนแรก แล้วจะเห็นเลยว่ามีอะไรที่ตัดได้บ้าง

3 สูตรแบ่งเงินที่ใช้ได้จริงสำหรับเงินเดือน 15,000
สูตรที่ 1: 50-30-20 (สูตรมาตรฐาน)
สูตรที่เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นและยังไม่มีหนี้
| หมวด | สัดส่วน | จำนวนเงิน |
| ค่าใช้จ่ายจำเป็น | 50% | 7,500 บาท |
| ค่าใช้จ่ายอยากได้ | 30% | 4,500 บาท |
| ออมและลงทุน | 20% | 3,000 บาท |
สูตรที่ 2: 50-35-15 (สำหรับคนมีหนี้)
สำหรับคนที่มีภาระหนี้สิน ลองปรับสูตรเป็น 50% ภาระหนี้สิน 35% ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และ 15% เงินเก็บ เพื่อให้ยังมีเงินออมแม้อยู่ระหว่างปิดหนี้
สูตรที่ 3: โหล 6 ใบ (สูตรละเอียด)
สูตรโหล 6 ใบแบ่งเงินเป็น 6 ส่วน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น 55% ประมาณ 8,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 45% แบ่งเป็น เงินออม เงินลงทุน เงินพัฒนาตัวเอง เงินให้รางวัลตัวเอง และเงินทำบุญ สูตรนี้ครอบคลุมทุกด้านของชีวิต
ตัวอย่างการแบ่งเงินจริงสำหรับเงินเดือน 15,000
สมมติอยู่กรุงเทพค่ะ
| รายการ | จำนวนเงิน |
| ค่าเช่าห้อง | 3,000–4,000 บาท |
| ค่าอาหาร 3 มื้อ | 3,000–4,000 บาท |
| ค่าเดินทาง | 1,000–1,500 บาท |
| ค่าน้ำไฟโทรศัพท์ | 500–800 บาท |
| รวมค่าใช้จ่ายจำเป็น | 7,500–10,300 บาท |
| เหลือสำหรับออมและอื่นๆ | 4,700–7,500 บาท |
จากตัวอย่างนี้ถ้าควบคุมค่าใช้จ่ายจำเป็นให้อยู่ที่ 7,500–8,000 บาท จะมีเงินเหลือออมได้อย่างน้อย 1,500–3,000 บาทต่อเดือน

5 วิธีออมเงินที่ได้ผลจริงกับเงินเดือน 15,000
1. หักออมก่อนทันทีที่ได้รับเงินเดือน
ลองเริ่มหักจากเงินเดือนทันที 10% ก่อน แล้วค่อยปรับตามภาระจริง สำหรับเงินเดือน 15,000 บาท 10% คือ 1,500 บาทต่อเดือนค่ะ ฟังดูน้อย แต่ 1 ปีได้ 18,000 บาทแล้ว
2. ออมวันละนิดด้วยตารางออม
ลองออมแบบวันละ 20–100 บาทตามตารางออมเงิน เป็นวิธีที่เริ่มได้ทันทีโดยไม่รู้สึกว่าเจ็บปวดมากนัก
| วิธีออม | เดือนละ | ปีละ |
| วันละ 20 บาท | 600 บาท | 7,200 บาท |
| วันละ 50 บาท | 1,500 บาท | 18,000 บาท |
| วันละ 100 บาท | 3,000 บาท | 36,000 บาท |
3. ตัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยออกก่อน
ตรวจสอบค่าสมัครสมาชิก Subscription ที่ไม่ได้ใช้ เช่น Streaming หลายเจ้า แอปพรีเมียม หรือค่าฟิตเนสที่ไม่ได้ไป สิ่งเหล่านี้อาจรวมกันเป็นเดือนละ 500–1,500 บาทโดยที่ไม่รู้ตัว
4. ทำอาหารกินเองบ้าง
ค่าอาหารนอกบ้านในกรุงเทพมื้อหนึ่งอยู่ที่ 60–150 บาท แต่ถ้าทำเองมื้อหนึ่งอาจลดได้เหลือ 20–40 บาท ถ้าทำเองวันละ 1 มื้อ 20 วัน จะประหยัดได้ประมาณ 800–2,200 บาทต่อเดือน
5. ใช้แอปบันทึกรายจ่าย
การเห็นตัวเลขรายจ่ายทุกวันช่วยให้ตัดสินใจซื้อของได้รอบคอบขึ้นมากค่ะ แอปที่นิยมในไทยเช่น Money Manager, Spendee หรือแม้แต่ Note ธรรมดาในโทรศัพท์ก็ได้ผล
เงินเดือน 15,000 สร้างเงินล้านได้ไหม?
มนุษย์เงินเดือนมีเงินเก็บหลักล้านได้ถ้าบริหารเป็นและมีวินัยมากพอ ถ้าออมเดือนละ 3,000 บาทที่ผลตอบแทน 5% ต่อปี ใน 18 ปีจะมีเงินเกิน 1,000,000 บาทค่ะ ถ้าเพิ่มเป็นเดือนละ 5,000 บาท ใช้เวลาแค่ 12 ปีเท่านั้น

สรุป
เงินเดือน 15,000 บาทออมได้จริงถ้ามีระบบที่ชัดเจน เริ่มจากรู้รายจ่ายตัวเอง เลือกสูตรแบ่งเงินที่เหมาะกับสถานการณ์ และหักออมก่อนทันทีที่ได้รับเงินเดือน แม้เริ่มจาก 1,500 บาทต่อเดือน ถ้าทำได้สม่ำเสมอและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น เงินออมจะเติบโตได้มากกว่าที่คิด
แหล่งอ้างอิง:
- KTC — วิธีจัดการเงินเดือน 15,000 ฉบับมือใหม่ (2569)
- MAKE by KBank — จัดการเงินยังไงให้รอดถึงสิ้นเดือน สำหรับมนุษย์เงินเดือน 15,000 บาท
- ไทยรัฐ Money — เงินเดือน 15,000 ก็สร้างล้านแรกได้ (2568)
- Lemon8 — ตารางออมเงินเงินเดือน 15,000 (2025)
บทความที่เกี่ยวข้อง: