การเงิน การเงิน

ลาคลอดแล้วเงินหาย ทำยังไงดี? คู่มือการเงินฉบับแม่มือใหม่

ช่วงลาคลอดคือช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตค่ะ แต่ก็เป็นช่วงที่กดดันเรื่องการเงินมากที่สุดด้วยเช่นกัน รายได้หายไปทันทีหรือลดลงอย่างมาก แต่รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้นทั้งค่าของใช้เด็ก ค่านม ค่าผ้าอ้อม และค่าใช้จ่ายหลังคลอดอีกมากมาย หลายคนเริ่มรู้สึกวิตกกังวลว่าจะผ่านช่วงนี้ไปได้อย่างไร


ช่วงลาคลอดคือช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตค่ะ แต่ก็เป็นช่วงที่กดดันเรื่องการเงินมากที่สุดด้วยเช่นกัน

รายได้หายไปทันทีหรือลดลงอย่างมาก แต่รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้นทั้งค่าของใช้เด็ก ค่านม ค่าผ้าอ้อม และค่าใช้จ่ายหลังคลอดอีกมากมาย หลายคนเริ่มรู้สึกวิตกกังวลว่าจะผ่านช่วงนี้ไปได้อย่างไร

บทความนี้จะบอกทุกอย่างที่แม่มือใหม่ควรรู้ ตั้งแต่สิทธิที่ได้รับตามกฎหมายใหม่ล่าสุด วิธีวางแผนการเงินช่วงลาคลอด และทางเลือกหาเงินเสริมระหว่างอยู่บ้านดูแลลูกค่ะ

สิทธิลาคลอดอัปเดตล่าสุดปี 2569 ที่แม่ทุกคนต้องรู้

ข่าวดีสำหรับแม่ทุกคนค่ะ! เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 วุฒิสภาได้อนุมัติร่างแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 9 เพิ่มวันลาคลอดจาก 98 วัน เป็น 120 วัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานหญิงและสนับสนุนครอบครัวไทย กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

สิทธิที่ได้รับทั้งหมดค่ะ

  1. วันลาคลอด 120 วัน
  • นายจ้างจ่ายค่าจ้าง 60 วันแรก ส่วนที่เหลือได้รับเงินชดเชยจากกองทุนประกันสังคม
  1. สิทธิจากประกันสังคม
  • ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาท พร้อมค่าฝากครรภ์สูงสุด 1,500 บาท และค่าชดเชยหยุดงานถึง 90 วัน
  1. เงื่อนไขที่ต้องมีค่ะ
  • ส่งเงินสมทบประกันสังคมมาแล้วอย่างน้อย 5 เดือน ใน 15 เดือนก่อนคลอด
  • เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือ 39

วางแผนการเงินก่อนลาคลอด ทำได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์


การเตรียมตัวล่วงหน้าคือสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ ยิ่งเริ่มวางแผนเร็วเท่าไหร่ ช่วงลาคลอดก็จะผ่านไปได้ราบรื่นมากขึ้นเท่านั้น

สิ่งที่ควรทำตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์ค่ะ

  1. คำนวณรายได้ที่จะหายไป นั่งคำนวณให้ชัดเจนว่าช่วงลาคลอดจะมีรายได้เท่าไหร่ จากเงินเดือนที่นายจ้างจ่าย บวกกับเงินชดเชยจากประกันสังคม แล้วเทียบกับรายจ่ายที่จำเป็นต่อเดือนค่ะ
  2. สร้างกองทุนฉุกเฉินก่อนคลอด ตั้งเป้าเก็บเงินสำรองอย่างน้อย 3-6 เดือน ของค่าใช้จ่ายก่อนถึงกำหนดคลอดค่ะ เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝัน
  3. ลดหนี้ก่อนคลอด ถ้ามีหนี้บัตรเครดิตหรือหนี้ดอกเบี้ยสูง ให้พยายามจ่ายคืนให้มากที่สุดก่อนลาคลอด เพราะหนี้เหล่านี้จะเป็นภาระหนักมากในช่วงที่รายได้น้อยลงค่ะ
  4. คุยกับคู่ชีวิตเรื่องงบประมาณ วางแผนงบประมาณร่วมกันว่าช่วงลาคลอดจะแบ่งค่าใช้จ่ายกันอย่างไร ใครรับผิดชอบส่วนไหน และมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ตัดได้ชั่วคราวค่ะ

หาเงินเสริมระหว่างลาคลอดได้จริงไหม?

ได้ค่ะ! และมีหลายวิธีที่ทำได้จริงโดยไม่กระทบการดูแลลูกน้อยค่ะ

วิธีที่เหมาะกับแม่ลาคลอดที่สุดค่ะ

  1. ขายของออนไลน์ ช่วงลาคลอดมีเวลาว่างระหว่างลูกหลับ ลองเปิดร้านขายของออนไลน์ใน Facebook หรือ TikTok Shop ได้เลยค่ะ ขายสินค้าแม่และเด็กที่ตัวเองใช้อยู่แล้วก็ได้ เพราะรู้จักสินค้าดีและมีความน่าเชื่อถือค่ะ
  2. รับงาน Freelance ออนไลน์ งานที่ทำได้จากที่บ้านอย่างการเขียนบทความ ตัดต่อรูปภาพ หรือแปลภาษา สามารถทำได้ตามเวลาที่สะดวกค่ะ
  3. แชร์ประสบการณ์แม่มือใหม่ เปิด Facebook Page หรือ TikTok แชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูก ของใช้เด็กที่ดี หรือเคล็ดลับต่างๆ content ประเภทนี้คนดูเยอะมากค่ะ และสามารถต่อยอดเป็นรายได้จากโฆษณาหรือรีวิวสินค้าได้ในอนาคตค่ะ
  4. สอนออนไลน์ ถ้ามีทักษะพิเศษอะไร ไม่ว่าจะเป็นทำอาหาร ถักโครเชต์ หรือแม้แต่แต่งหน้า สามารถสอนผ่าน Facebook Live หรือ Zoom ได้เลยค่ะ

ลดรายจ่ายอย่างชาญฉลาดช่วงลาคลอด


นอกจากหารายได้เพิ่มแล้ว การลดรายจ่ายก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ โดยเฉพาะในช่วงที่รายได้น้อยลง

ค่าใช้จ่ายที่ลดได้ทันทีค่ะ

  1. ของใช้เด็กไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ทั้งหมด ของหลายอย่างสามารถขอจากญาติหรือซื้อมือสองในสภาพดีได้ค่ะ เช่น รถเข็น เปล ที่นอน ซึ่งเด็กใช้ได้ไม่นานอยู่แล้วค่ะ
  2. นมแม่คือตัวเลือกที่ดีที่สุด นอกจากจะดีต่อสุขภาพลูกแล้ว ยังประหยัดค่านมผงได้มากค่ะ ค่านมผงเดือนละ 1,500-3,000 บาท ถ้าให้นมแม่ได้เต็มที่จะประหยัดได้มากเลยค่ะ
  3. ตรวจสอบสิทธิสวัสดิการที่ได้รับฟรี ตรวจสอบว่าลูกได้รับวัคซีนฟรีตามสิทธิบัตรทอง การตรวจสุขภาพเด็กฟรีตามกำหนด และเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดจากรัฐบาล 600 บาท/เดือน ซึ่งหลายคนไม่รู้และลืมไปรับสิทธิค่ะ

ชะลอการซื้อของที่ไม่จำเป็น ของตกแต่งห้องเด็กสวยงาม เสื้อผ้าเด็กแบรนด์เนม หรืออุปกรณ์ราคาแพงที่ใช้ไม่กี่ครั้ง สามารถรอซื้อทีหลังได้เมื่อกลับไปทำงานแล้วค่ะ

สรุป

การลาคลอดอาจทำให้รู้สึกกังวลเรื่องการเงิน แต่ถ้าวางแผนดีตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ รู้จักสิทธิที่ตัวเองได้รับ และปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงนี้ ก็สามารถผ่านช่วงเวลาสำคัญนี้ได้อย่างมั่นใจค่ะ

สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะคะ เพราะแม่ที่มีสุขภาพดีและจิตใจแข็งแรงคือสิ่งที่ดีที่สุดที่จะมอบให้ลูกน้อยได้ค่ะ 💕


📚 แหล่งอ้างอิง

  1. กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 — เพิ่มวันลาคลอดเป็น 120 วัน มีผลบังคับใช้ 7 ธันวาคม 2568

สำนักงานประกันสังคม — สิทธิเหมาจ่ายคลอดบุตร 15,000 บาท และค่าชดเชยหยุดงาน

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

เก็บเงินวันละ 100 บาท ใน 1 ปีได้เท่าไหร่? คำตอบอาจเปลี่ยนชีวิตคุณ
ลดน้ำหนักหลังการผ่าคลอดอย่างไรให้ได้ผล

 

 

 

our shop
our shop

You may also like