ในหนองน้ำใหญ่กลางทุ่งนา มีกบอาศัยอยู่นับร้อยตัว ทุกตัวอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มีกฎเดียวที่ทุกตัวยึดถือมาตั้งแต่บรรพบุรุษว่า
“คำพูดคือสัญญา สัญญาคือชีวิต”

แต่มีลูกกบตัวหนึ่งชื่อ “เจ้าแว่น” ที่ไม่เคยสนใจกฎนั้นเลย
เจ้าแว่นเป็นลูกกบที่ว่องไว กระโดดได้สูง และพูดเก่งจนน่าฟัง แต่มีนิสัยหนึ่งที่เพื่อนๆ รู้กันดี นั่นคือ พูดแล้วไม่ทำ
ฤดูฝนแรก เจ้าแว่นชวนเพื่อนกบสองตัวชื่อ “เขียด” และ “อ้น” ว่าจะช่วยกันหาอาหารแล้วนำมาแบ่งปันกัน
“สัญญานะ พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่โคนบัว” เจ้าแว่นพูดพลางกระโดดออกไปอย่างร่าเริง

เช้าวันรุ่งขึ้น เขียดและอ้นรอที่โคนบัวจนแสงแดดขึ้นสูง เจ้าแว่นไม่มา

พอพบกันในตอนเย็น เจ้าแว่นพูดเหมือนไม่มีอะไร “โอ๊ย ลืมไปเลย ขอโทษนะ คราวหน้าจะไม่ลืมแล้ว”
เขียดและอ้นก็ยิ้มให้ เพราะยังเชื่อว่าเพื่อนพูดจริง

ฤดูฝนที่สอง เจ้าแว่นสัญญากับเขียดอีกครั้งว่าจะช่วยกันสร้างที่หลบฝน
“คราวนี้แน่นอน ข้าจะมาก่อนใครเลย” เจ้าแว่นยืนยันเสียงดัง
วันนัด เขียดรอคนเดียวอยู่นานจนฝนตกหนัก เจ้าแว่นไม่มา

พบกันทีหลัง เจ้าแว่นแก้ตัวว่า “มีเรื่องด่วนนิดหน่อย ไม่ได้ตั้งใจนะ”
เขียดพยักหน้าแต่ในใจเริ่มสงสัยแล้วว่า “ด่วนจริงหรือแค่ไม่อยากมา”
ฤดูฝนที่สาม งานใหญ่ที่สุดของหนองน้ำมาถึง นั่นคือ “พิธีร้องเพลงฝน” ที่กบทุกตัวต้องร้องพร้อมกันเพื่อขอบคุณสายฝนและธรรมชาติ เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน
ผู้เฒ่ากบมอบหมายให้เจ้าแว่นเป็นผู้นำในฝั่งซ้าย เขียดฝั่งขวา และอ้นอยู่ตรงกลาง เพราะเจ้าแว่นมีเสียงดังที่สุด

“ข้าจะไม่พลาดแน่นอน งานสำคัญแบบนี้” เจ้าแว่นรับปากต่อหน้าทุกตัว
คืนก่อนพิธี เจ้าแว่นบอกกับตัวเองว่าพรุ่งนี้จะตื่นแต่เช้า
แต่ฟ้าสางแล้ว เจ้าแว่นยังนอนหลับอยู่ใต้ใบบัวแผ่นใหญ่อย่างสบาย
พิธีเริ่มขึ้น ฝั่งซ้ายไม่มีเสียงร้อง

เขียดและอ้นร้องเต็มที่แต่เสียงขาดความสมดุล พิธีไม่สมบูรณ์ ฝนที่ควรจะตกพร่ำๆ ก็หยุดกะทันหัน ท้องฟ้าแจ่มใสโดยไม่มีเมฆ
ผู้เฒ่ากบส่ายหัวด้วยความเสียใจ สัตว์ในหนองน้ำต่างมองมาที่ที่ว่างฝั่งซ้ายโดยไม่พูดอะไร
เจ้าแว่นสะดุ้งตื่นสายมาก กระโดดมาถึงก็เห็นทุกตัวกำลังสลายตัวกลับ

“เกิดอะไรขึ้น? พิธีจบแล้วหรือ?” เจ้าแว่นถามเสียงงงงวย
เขียดหันมามองด้วยสายตาเหนื่อยๆ แล้วพูดเบาๆ ว่า
“จบแล้ว และไม่สมบูรณ์ เพราะขาดเธอ”
เจ้าแว่นยืนนิ่งอยู่กลางหนองน้ำที่เริ่มเงียบลง ทุกตัวเดินผ่านไปโดยไม่มองหน้า ไม่มีใครโกรธเสียงดัง ไม่มีใครดุด่า แต่ ความเงียบนั้นหนักกว่าคำตำหนิใดๆ
ผู้เฒ่ากบเดินมาหยุดตรงหน้า แล้วพูดช้าๆ ว่า
“แว่น… ผู้เฒ่าไม่โกรธหรอก แต่อยากให้รู้ว่า ความไว้วางใจที่ทุกตัวมีให้เธอนั้น มันค่อยๆ หมดไปทีละนิดทุกครั้งที่เธอผิดสัญญา วันนี้มันหมดแล้ว”

“แล้วข้าจะทำยังไงได้ครับ?” เจ้าแว่นถามเสียงสั่น
“เริ่มต้นใหม่” ผู้เฒ่าตอบ “แต่คราวนี้ อย่าสัญญาในสิ่งที่ทำไม่ได้ และถ้าสัญญาแล้ว จงทำให้ได้ แม้จะยากแค่ไหนก็ตาม”
เจ้าแว่นนั่งอยู่คนเดียวริมหนองน้ำนานมาก มองเงาตัวเองในน้ำ
เห็นกบตัวหนึ่งที่พูดเก่ง กระโดดสูง แต่ไม่มีใครเชื่อถือ
และนั่นคือครั้งแรกในชีวิตที่เจ้าแว่นรู้สึกหนักใจจริงๆ ไม่ใช่เพราะถูกลงโทษ แต่เพราะเข้าใจแล้วว่า ตัวเองทำให้คนที่รักและไว้วางใจเสียใจมาตลอด

วันต่อมาเจ้าแว่นเดินไปหาเขียดและอ้น ไม่ได้พูดอะไรมาก แค่บอกว่า
“ข้าขอโทษ ไม่ใช่แค่วันนี้ แต่ทุกครั้งที่ผ่านมา และข้าจะไม่สัญญาอะไรอีก จนกว่าจะมั่นใจว่าทำได้จริง”
เขียดและอ้นนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเขียดก็พูดว่า
“เราฟังอยู่นะ แต่คราวนี้ขอดูจากการกระทำด้วย”
เจ้าแว่นพยักหน้า นั่นคือคำตอบที่ยุติธรรมที่สุดที่เคยได้ยิน
ฤดูฝนถัดมา เจ้าแว่นไม่ได้สัญญาอะไรใหญ่โต แค่บอกว่า “ข้าจะพยายาม” แล้วก็ทำ ทีละเล็กทีละน้อย ทีละวัน

และค่อยๆ มีตัวที่เริ่มหันมามองด้วยสายตาอื่น ไม่ใช่สายตาระแวง แต่เป็นสายตาที่เริ่มเชื่อ
เพราะความไว้วางใจนั้น สร้างได้ด้วยการกระทำ ไม่ใช่คำพูด 🐸💧
ข้อคิดจากนิทาน: คำสัญญาที่ไม่ได้รักษาคือหนี้ที่ดอกเบี้ยแพงที่สุด เพราะต้องใช้คืนด้วยเวลาและความเชื่อถือที่สูญเสียไป
🔗 แนะนำบทความอื่น
นิทานแรงบันดาลใจ หมาผู้ซื่อสัตย์
นิทานสั้นๆก่อนนอน เรื่องลิงผู้ทรนง
นิทานพร้อมข้อคิด หมาป่าน้อยที่ไม่อยากดุร้าย

