วันละ 50 บาทจะออมได้เท่าไหร่กัน?” หลายคนคิดแบบนี้แล้วไม่เริ่ม แต่ความจริงคือเงินออมไม่ได้เริ่มจากจำนวนมาก แต่เริ่มจากความสม่ำเสมอ การออมวันละ 50 บาทคือจุดเริ่มต้นที่เข้าถึงได้มากที่สุด และสร้างนิสัยที่สำคัญกว่าตัวเงินอีกด้วย
คำนวณตรงๆ เลย วันละ 50 บาทได้เท่าไหร่?
| ระยะเวลา | จำนวนเงินที่ออมได้ |
| 1 เดือน (30 วัน) | 1,500 บาท |
| 3 เดือน | 4,500 บาท |
| 6 เดือน | 9,000 บาท |
| 1 ปี (365 วัน) | 18,250 บาท |
| 2 ปี | 36,500 บาท |
| 5 ปี | 91,250 บาท |
| 10 ปี | 182,500 บาท |
วันละ 50 บาท 1 ปีได้ 18,250 บาท ซึ่งมากพอสำหรับค่าเทอมหนึ่งเทอม กองทุนฉุกเฉินก้อนแรก หรือวันหยุดพักผ่อนครอบครัวสั้นๆ ได้สบาย

ถ้านำไปฝากหรือลงทุน ได้เงินมากกว่านี้
ถ้าออมวันละ 50 บาท แล้วฝากในบัญชีที่ได้ดอกเบี้ย จะได้เงินมากกว่าการเก็บไว้ในกระปุก
| ระยะเวลา | ฝากธรรมดา 1%/ปี | กองทุนรวม 5%/ปี | กองทุนรวม 8%/ปี |
| 1 ปี | 18,341 บาท | 18,704 บาท | 18,973 บาท |
| 5 ปี | 92,850 บาท | 101,823 บาท | 109,820 บาท |
| 10 ปี | 191,404 บาท | 232,175 บาท | 271,895 บาท |
| 20 ปี | 402,215 บาท | 621,735 บาท | 872,940 บาท |
ความแตกต่างระหว่างฝากธรรมดาและลงทุนในกองทุนรวมในระยะ 20 ปีคือมากกว่า 470,000 บาท จากเงินออมวันละ 50 บาทเพียงอย่างเดียว
3 วิธีออมเงินวันละ 50 บาทที่ทำได้จริง
วิธีที่ 1: เก็บแบงก์ 50 ทุกใบที่ได้รับเป็นทอน
เมื่อใดก็ตามที่ได้รับธนบัตร 50 บาทเป็นเงินทอน ให้เก็บไว้ใส่ลงในขวดหรือกระปุกออมทรัพย์ที่กำหนด สาเหตุที่คนนิยมเลือกออมแบงก์ 50 บาทเพราะเป็นมูลค่าที่ไม่เยอะจนเกินไปเหมือนแบงก์ 100 บาท และไม่น้อยจนสะดวกใช้แบบแบงก์ 20 บาท
วิธีนี้เหมาะกับคนที่ยังพกเงินสดในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องจำ ไม่ต้องวางแผน แค่เห็นแบงก์ 50 ก็เก็บทันที
วิธีที่ 2: โอนเงินอัตโนมัติทุกวัน 50 บาท
ตั้งโอนเงินอัตโนมัติจากแอปธนาคารทุกวันเวลาเดิม เช่น ทุกเช้า 7 โมง เงินวิ่งเข้าบัญชีออมเองโดยไม่ต้องคิด แนะนำให้ใช้บัญชีออมทรัพย์ที่ไม่มี ATM และไม่ได้ผูกกับแอปหลัก เพื่อลดโอกาสนำเงินออกมาใช้
วิธีที่ 3: 52-Week Money Challenge แบบไทย
แทนที่จะออมเท่ากันทุกวัน ลองใช้ Challenge แบบขั้นบันได เช่น สัปดาห์ที่ 1 ออม 50 บาท สัปดาห์ที่ 2 ออม 100 บาท และเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ทำให้รู้สึกสนุกและมีแรงจูงใจมากกว่าการออมจำนวนเท่ากันทุกวัน

ยกระดับจากวันละ 50 เป็นวันละ 100 และ 200 บาท
เมื่อเริ่มออมวันละ 50 บาทได้สม่ำเสมอแล้ว ลองยกระดับดู ความแตกต่างนั้นชัดเจนมาก
| จำนวนออมต่อวัน | 1 ปี | 5 ปี (ที่ 5%/ปี) |
| 50 บาท | 18,250 บาท | 101,823 บาท |
| 100 บาท | 36,500 บาท | 203,646 บาท |
| 200 บาท | 73,000 บาท | 407,292 บาท |
| 500 บาท | 182,500 บาท | 1,018,230 บาท |
ออมวันละ 500 บาท 5 ปีที่ผลตอบแทน 5% ต่อปีได้เงินกว่า 1 ล้านบาท
สิ่งที่ออมเงินวันละ 50 บาทสอนได้มากกว่าตัวเงิน
การออมวันละ 50 บาทไม่ใช่แค่เรื่องจำนวนเงิน แต่เป็นการสร้างนิสัยที่มีค่ากว่า
นิสัยที่ 1: ออมก่อนใช้ การตัดเงินออกทุกวันก่อนใช้จ่ายเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการบริหารเงิน
นิสัยที่ 2: เห็นคุณค่าของเงินเล็กน้อย คนที่เห็นคุณค่าของ 50 บาท จะสามารถบริหารเงิน 50,000 บาทได้ดีกว่าคนที่ไม่สนใจเงินน้อยๆ
นิสัยที่ 3: ความสม่ำเสมอเหนือกว่าจำนวน การออม 50 บาททุกวันสม่ำเสมอ 1 ปี ได้เงินมากกว่าการออม 5,000 บาทเดือนเว้นเดือน

เริ่มออมวันละ 50 บาทอย่างไรให้ทำได้จริงและอยู่ได้นาน
- ทำให้ง่ายที่สุด วิธีที่ดีที่สุดคือวิธีที่ทำได้จริง ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในทางทฤษฎี
- อย่าหยิบเงินออกมาใช้ ตั้งกฎตัวเองว่าเงินที่ออมไปแล้วคือเงินที่หายไปแล้ว
- เปิดดูบัญชีออมทุกเดือน เห็นเงินเพิ่มขึ้นทุกเดือนเป็นแรงจูงใจที่ดีที่สุด
- อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น 50 บาทต่อวันคือจุดเริ่มต้นที่ดีงาม ไม่ต้องรอให้พร้อมกว่านี้
สรุป
เก็บเงินวันละ 50 บาท 1 ปีได้ 18,250 บาท และถ้าลงทุนต่อในกองทุนรวมที่ผลตอบแทน 5% ต่อปี ใน 10 ปีจะได้มากกว่า 232,000 บาทจากเงินออมก้อนเล็กๆ นี้ สิ่งสำคัญไม่ใช่จำนวน แต่คือการเริ่มต้นวันนี้และทำสม่ำเสมอ เงินทุกบาทที่ออมคือก้าวหนึ่งที่เข้าใกล้อิสรภาพทางการเงิน
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเพื่อคำแนะนำที่เหมาะกับสถานการณ์ของคุณโดยตรง
แหล่งอ้างอิง:
- Shopee Blog — 11 วิธีออมเงินแบบใช้ได้จริง เก็บตังอยู่
- KTC — 10 Ways to Save Money ออมเงินแบงก์ 50
- Finnomena — 5 วิธีการช่วยเก็บออมเงินสำหรับมือใหม่
- Thansettakij — เคล็ดลับออมเงินฉบับคนเพิ่งเริ่มทำงาน (2568)
- Thairath Lifestyle — วิธีออมเงินง่ายๆ เก็บแบงก์ 50
บทความที่เกี่ยวข้อง: