นิทานก่อนนอน เรื่องเราต่างก็มีจุดเด่นต่างกัน
ยีราฟชอบคิดว่าเขาสูงและมีความสามารถ แต่เขาชอบดูถูกเม่นน้อย มันทำให้เม่นน้อยรู้สึกอึดอัดและต้องการที่จะแข่งกับยีราฟ
แล้วแข่งอะไรดีล่ะ ยีราฟเห็นต้นไม้ต้นหนึ่งอยู่บนหน้าเขา เขาพูดกับเม่นน้อยว่า
“ พวกเรามาแข่งกินอะไรกันดีกว่า มาดูซิว่าใครจะกินอาหารบนต้นไม้นั้นได้”
เมื่อพวกเขามาถึงต้นไม้ใหญ่ ยีราฟแค่เงยศีรษะเล็กน้อย ใบไม้ก็อยู่ในปากเขาแล้ว เขากัดกิ่งไม้และกินใบไม้ ต้นไม้สั่นไหวจนผลของมันตกลงมาบนพื้นมากมาย
ยีราฟคิดว่า เม่นน้อยเป็นสัตว์ตัวเตี้ย เขาจะกินอะไรจากต้นไม้นี้ได้
แต่ว่าเมื่อเจ้ายีราฟมองลงมา กลับพบว่าเจ้าเม่นกำลังกินผลของผลไม้อยู่ ตัวเขาเล็กและมีพุงที่เล็กมากๆ เขากินผลไม้เพียงผลเดียวก็อิ่มแล้ว เมื่อเม่นน้อยอิ่มแล้ว เขาก็กลิ้งไปบนพื้นโดยมีผลไม้หลายผลอยู่บนหลังของเขา
เม่นน้อยเงยหน้าขึ้นแล้วพูดกับยีราฟว่า “เธอกินใบ ฉันกินผลไม้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ยีราฟพูดว่า “ผลไม้ที่เธอเก็บทั้งหมดนั้นเป็นเพราะฉันเขย่ามันลงมา” “ถ้าไม่มีฉัน” “เธอจะกินผลไม้ได้อย่างไร”
เม่นน้อยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เจ้าสนใจ เพียงแต่ให้เจ้าอิ่มเท่านั้น” แต่ดูที่หลังของฉันสิ ฉันสามารถแบกผลไม้ กลับไปให้พ่อแม่พี่น้องของฉันได้กิน และนี่เป็นความสามารถของฉัน
ยีราฟไม่ยอมแพ้
พวกเขาทั้งสองจึงทำการแข่งขันกันอีกครั้ง และครั้งนี้แข่งอะไรดีล่ะ
ยีราฟต้องเป็นผู้ออกความคิดอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้นแข่งขันกันว่าใครเห็นศัตรูได้ก่อนกัน”
ยีราฟชูคอที่ยาวมากๆ ตาของมันเบิกกว้างราวกับกล้องโทรทรรศน์ที่มองเห็นได้ไกล เขาส่ายหัวแล้วมองไปรอบๆ ทันใดนั้นก็ตะโกนว่า “เสือกำลังมา”
ในเวลาเดียวกัน เม่นน้อยก็ตะโกนว่า “เสือกำลังจะมา”
ยีราฟโกรธมาก พูดกับเจ้าเม่นน้อยว่า “เจ้าเม่นน้อย ฉันบอกว่าเสือกำลังจะมา เธอก็มาพูดตามฉันว่าเสือกำลังจะมา น่าอายจริงๆ นี่เป็นเพราะฉันตัวสูงและมีดวงตาที่ใหญ่จึงมองเห็นเสือ แล้วเธอล่ะรู้ได้ยังไงว่าเสือกำลังจะมา”
เม่นน้อยได้ยินดังนั้นก็โกรธเช่นกัน “เจ้ายีราฟ ฉันเเป็นคนบอกว่าเสืออยู่ที่นี่ก่อน แล้วเธอก็มาบอกว่าเสืออยู่ที่นี่ก่อนได้ไง เธอต่างหากที่หน้าไม่อาย รู้ไหมว่าจมูกของเม่นอย่างเรานั้นดีมากขนาดไหน ตอนนี้แค่ลมพัดมา เราก็ได้กลิ่นเสือ และรู้ว่าเสือกำลังจะมาแล้ว”
ยีราฟไม่เชื่อที่เม่นพูด “เจ้ามันโอ้อวด”
เม่นตอบกลับว่า “เจ้ามันก็เหลวไหล”
ทั้งสองต่างทะเลาะกันไปมา
และในขณะนี้เสือก็กำลังใกล้เข้ามาแล้ว ยีราฟตกใจมาก ถอยหลังแล้วรีบวิ่งหนีไป
ขาทั้ง 4 ของมันยาวมากและวิ่งได้เร็วกว่าที่เสือจะไล่ทัน
ยีราฟคิดในใจว่า เม่นน้อยมีเท้าที่สั้นมาก และเขาเดินได้ช้ากว่า ก็ต้องถูกเสือกินเป็นอาหารว่างแน่นอนจะมาเปรียบเทียบกับฉันได้อย่างไร
วันรุ่งขึ้น ขณะที่ยีราฟกำลังเดินอยู่ในป่า “เขาเดินผ่านต้นไม้ใหญ่และเหยียบอะไรบางอย่างเข้า จึงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด “ใครกันเอาหนามมาขวางทางไว้แถวนี้”
เมื่อยีราฟพูดจบ ก็เหมือนมีใครสักคนอยู่ใต้เท้าของเขาและพูดว่า
“ข้าเอง” ยีราฟคุ้นเสียงนี้มาก รีบถอยหลัง และกระโจนอย่างแรง เขาก้มศีรษะลงดู ที่แท้เป็นเม่นน้อยที่แข่งกับเขาเมื่อวาน
ยีราฟพูดกับเม่นน้อย “ทำไมเจ้าถึงยังมีชีวิตอยู่ ฉันคิดว่าเจ้าเป็นอาหารว่างเสือไปแล้วซะอีก ”
เจ้าเม่นน้อยจ้องยีราฟด้วยตาเล็กๆแล้วพูดว่า
“นี่เจ้าก็ยังมีชีวิตอยู่อีกหรอ ข้าก็คิดว่าเจ้าถูกเสือกินไปแล้วซะอีก”
ยีราฟพูดว่า “ข้ามีขายาว เสือจะไล่ตามฉันได้อย่างไร”
เม่นน้อยพูด “ตัวชั้นเต็มไปด้วยหนาม คิดว่าเสือจะกล้าแตะฉันหรอ”
คราวนี้พวกเขาเลิกทะเลาะกัน และได้เรียนรู้ความจริงว่า
สัตว์แต่ละตัวต่างก็มีความสามารถของตัวเอง
ดังนั้น เด็กๆ แต่ละคน ต่างก็มีจุดแข็งของตัวเองเราต้องเป็นเด็กที่มั่นใจไม่ควรเปรียบเทียบตัวเองกับใคร
แหล่งอ้างอิงบทนิทานแปล
qigushi.com



