เรื่องหุบเขากับโพรงต้นไม้
วันนี้Heartsmom มีนิทานก่อนนอนเรื่องหุบเขากับโพรงต้นไม้มาฝากเด็กๆ กันนะคะ
หุบเขานั้นช่างน่าสงสารยิ่งนัก เขาต้องตอบกลับกับทุกคนที่มาคุยกับเขา
โพรงต้นไม้กลับพูดว่า “ฉันต่างหากที่น่าสงสารทุกคนต่างก็พูดความลับกับชั้น แต่ชั้นทำได้แค่ฟังเท่านั้นไม่สามารถตอบกลับไปได้”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาเปลี่ยนกันไหมล่ะ” หุบเขาพูด
โพรงต้นไม้ยินดีอย่างมากที่จะได้แลกเปลี่ยนหน้าที่กับหุบเขา
จากนั้นโพรงต้นไม้ก็กลายเป็นหุบเขา

เมื่อโพรงต้นไม้ได้กลายเป็นห่วงเขาแล้วเขาดีใจเป็นอย่างมากเพราะในที่สุดเขาก็สามารถเปิดปากพูดได้แล้ว
มีคนพูดกับเขาว่า “สวัสดี”
หุบเขาก็ตอบกลับว่า “สวัสดี”
แล้วคนคนนั้นก็พูดว่า”วันนี้อากาศดีมาก”
เขาก็ตอบกลับว่า”อากาศดีมาก”
“ฉันชอบปีนเขา”
“ชอบปีนเขา”
“ฉันชอบฤดูใบไม้ผลิ”
“ชอบฤดูใบไม้ผลิ”
“ฉันชอบลิลลี่”
” ลิลลี่คือใครกัน” หุบเขาตอบกลับ
ในระหว่างที่หุบเขาและโพรงต้นไม้แลกเปลี่ยนหน้าที่กันนั้นเขาบอกเพียงว่าหากมีคนคุยกับเขาเขาต้องตอบกลับไป แต่เขากลับลืมชี้แจงกฎของการตอบกลับให้โพรงต้นไม้ได้รู้ ว่าเขาสามารถทำได้เพียงตอบคำคนอื่นซ้ำกลับไปเท่านั้น ไม่สามารถพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดได้

คนที่บอกชอบลิลลี่รู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินคำตอบของหุบเขา ถึงแม้เขาจะตกตะลึงแต่เขาก็ยังคงพูดต่อไป
“ลิลลี่ คือสาวน้อยที่อยู่ข้างบ้านของฉัน”
” ทำไมคุณถึงชอบลิลลี่ หล่ะ”
“เพราะเธอน่ารัก”
“งั้นก็ไปบอกเธอสิ”
“ไปบอกเธอหรอ”
“ไปบอกเธอ”
ชายผู้นั้นจึงรีบลงจากหุบเขา เพื่อไปหาลิลลี่ หุบเขาหิวกระหายและนั่งดื่มชาสักพักหนึ่งก็เริ่มมีคนต่อไปมาตะโกนลั่นหุบเขา
“เว่ย”
“เว่ย”
“เปียโนน่ารำคาญจริง”
“น่ารำคาญ”
“ฉันเกลียดการเรียนเปียโน”
“เปียโนคืออะไร”
โพรงต้นไม้ที่กลายเป็นหุบเขาโต้ตอบกับผู้คนที่ตะโกนไปยังหุบเขาอย่างกระตือรือร้นมาก โดยใช้พลังงานทั้งหมดที่สะสมไว้เมื่อตอนเป็นโพรงต้นไม้ ในไม่ช้าทุกคนก็รู้เกี่ยวกับหุบเขาพิเศษแห่งนี้และหลายคนก็มาคุยกับเธอเป็นพิเศษ
แล้วโพรงต้นไม้ล่ะ? หุบเขาที่กลายเป็นโพรงต้นไม้ตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง?
หุบเขาที่กลายเป็นโพรงต้นไม้ยินดีมากที่เขาไม่ต้องพูดเลย เพราะก่อนหน้านี้เขาพูดจนเบื่อแล้ว ตอนนี้ไม่ต้องพูดก็ดีเหมือนกัน อีกอย่างคนที่มาพูดกับโพรงต้นไม้นั้นน่าสนใจกว่าตั้งเยอะ เขาไม่ต้องนั่งฟังคนตะโกนเป็นคำคำอีกต่อไป แต่คนที่มาหาเขานั้นล้วนมีเรื่องเล่า บางคนเล่าเรื่องที่มีความสุข และบางคนเล่าเรื่องที่ทุกข์ใจ
ฉันได้ยินเรื่องที่ไม่น่ายินดีมากมายและ รู้สึกเเป็นกังวลแทนคนเหล่านั้น
“ถ้าคุณไม่ชอบ Lili ก็อย่าเล่นกับเขา! ไปหาคนที่คุณชอบเล่นด้วยสิมีคนมากมายที่คุณจะเล่นด้วยได้”
“ถ้าคุณชอบเปียโนก็แค่คุยกับพ่อและแม่ ถ้าคุณไม่พูดพวกเขารู้ได้อย่างไรว่าคุณไม่อยากเรียนเต้นแต่คุณอยากเรียนเปียโน”
หุบเขาที่กลายเป็นโพรงต้นไม้ ต้องการชักชวนพวกเขาจริงๆ แต่อย่างไรก็ตามเขาจำได้ว่า โพรงต้นไม้บอกเขาว่าในระหว่างการฟังคนที่มาพูดนั้น – เขาจะไม่สามารถพูดหรือออกเสียงออกไปได้

เอาล่ะถ้าอย่างนั้นฉันจะไม่พูดอะไรก็ได้ โพรงต้นไม้ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งและในที่สุดก็ตัดสินใจเขียนสิ่งที่คนเหล่านี้พูดกับเขาลงบนใบไม้ เขาเขียนคำพูดของคนที่มาไว้ที่ด้านหน้าของใบแล้วให้เขียนความคิดเห็นของเขาเองไว้ที่ด้านหลัง
ด้วยวิธีนี้คนที่มาที่โพรงต้นไม้มักจะยกศีรษะขึ้นและประหลาดใจเมื่อพบว่าฉันมีปัญหานี้มีคนเคยพบมาก่อนเหมือนกัน
ในไม่ช้าทุกคนก็รู้เกี่ยวกับความพิเศษของโพรงต้นไม้นี้และหลายคนก็มาหาเขาเพื่อคุยกับเขาจากนั้นก็รอให้ใบไม้ใบใหม่เติบโตเพื่อจะดูด้านหลังเพื่อดูว่าโพรงต้นไม้นั้นคิดอย่างไรเกี่ยวกับปัญหาของพวกเขา
นอกจากปัญหาจะได้รับการชี้แนะแนวทางแล้ว ยังสามารถได้พูดเรื่องราวของตัวเองอีกด้วย ผู้คนที่มีความในใจต่างก็มาหาโพรงต้นไม้ เพราะโพรงต้นไม้นั้นสามารถบันทึกเรื่องราวของพวกเขาแขวนไว้บนต้นไม้ และทุกคนสามารถมองเห็น แต่จะไม่มีใครรู้ว่าเป็นเรื่องราวของใคร ช่างดีจริงๆ
โพรงต้นไม้ที่กลายเป็นหุบเขาและหุบเขาที่กลายเป็นโพรงต้นไม้ต่างก็มีความสุขมาก ที่ได้แลกเปลี่ยนหน้าที่กันและกัน พวกเขาได้รู้ว่าการได้ลองทำอะไรใหม่ๆในรูปแบบของตัวเองก็สามารถสร้างความสุขได้เช่นกัน
แหล่งอ้างอิง
zhihuigushi


