บนท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ มีเมฆก้อนเล็กๆ ชื่อ “เมฆน้อย” ลอยอยู่ท่ามกลางเมฆก้อนใหญ่นับร้อยก้อน
เมฆน้อยมีความฝันเดียวคือ อยากกลายเป็นฝน

“อยากตกลงไปรดต้นไม้ให้เขียวสด อยากเติมน้ำในแม่น้ำให้เต็ม อยากให้เด็กๆ วิ่งเล่นในสายฝนอย่างมีความสุข” เมฆน้อยฝันทุกวัน
แต่มีปัญหาหนึ่งที่เมฆน้อยเป็นกังวลเสมอ
เมฆน้อยตัวเล็กมาก เล็กกว่าเมฆก้อนอื่นทุกก้อน

วันหนึ่งเมฆใหญ่ก้อนหนึ่งลอยมาใกล้แล้วพูดว่า
“เมฆน้อย เธอฝันเป็นฝนทำไม ตัวเล็กแบบนี้จะกลายเป็นฝนได้อย่างไร ฝนต้องมาจากเมฆก้อนใหญ่ๆ อย่างพวกเราเท่านั้น”
เมฆน้อยได้ยินแล้วก็หดตัวลงอีกนิด
“บางทีก็คิดเองว่าตัวเองเล็กเกินไปจริงๆ”

แต่ลมเย็นก้อนหนึ่งพัดผ่านมาแล้วกระซิบว่า
“เมฆน้อย เธอรู้ไหมว่าบางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดมาจากสิ่งที่เล็กที่สุด”
เมฆน้อยมองลงไปข้างล่าง เห็นทุ่งนาที่แห้งแล้ง ต้นข้าวเหี่ยวเฉา ชาวนาแก่คนหนึ่งนั่งมองฟ้าด้วยสีหน้าหนักใจ
หัวใจของเมฆน้อยสั่นสะเทือน

เมฆน้อยเริ่มรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี แม้จะน้อยนิด แม้จะเล็ก
ค่อยๆ หนาแน่นขึ้น หนักขึ้น เย็นขึ้น
เมฆใหญ่มองมาแล้วหัวเราะ “เธอจะทำอะไรอยู่ ตัวเล็กแบบนั้นไม่มีทางเป็นฝนได้หรอก”
เมฆน้อยไม่ฟัง ก้มหน้าทำต่อไป

แล้วก็เกิดขึ้น
หยดน้ำเล็กๆ หยดแรกร่วงหล่นลงมา
ตามด้วยหยดที่สอง หยดที่สาม และอีกนับร้อยนับพันหยด
ไม่ใช่ฝนกระหน่ำใหญ่โต แต่เป็น ฝนเบาๆ ชุ่มฉ่ำ ที่ค่อยๆ ซึมลงดิน
ต้นข้าวรับน้ำแล้วค่อยๆ ชูใบขึ้น ดินที่แตกระแหงเริ่มชุ่มชื้น ชาวนาแก่แหงนหน้ามองฟ้าด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป แล้วก็พนมมือขึ้นด้วยความขอบคุณ

เมฆน้อยมองลงไปเห็นทั้งหมดนั้น แล้วรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ไม่ใช่ความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่อลังการ แต่เป็นความอบอุ่นเบาๆ ที่ซึมเข้ามาในทุกส่วน
“เล็กก็ทำให้โลกชุ่มชื้นได้” เมฆน้อยคิด
หยดน้ำเล็กๆ หนึ่งหยดไม่สามารถชะล้างทะเลทรายได้ แต่มันทำให้เมล็ดพันธุ์หนึ่งเมล็ดงอกขึ้นได้ และนั่นก็เพียงพอแล้ว

