นิทานสอนใจ

นิทานสอนใจพร้อมข้อคิด ต้นไม้ที่ไม่ยอมแบ่งร่มเงา

ข้อคิดจากนิทาน : ร่มเงาที่กว้างที่สุดคือร่มเงาที่แบ่งให้คนอื่นได้ เพราะความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การครอบครอง แต่อยู่ที่การให้

ในทุ่งนากว้างใหญ่ริมหมู่บ้านไทยแห่งหนึ่ง มีต้นไทรยักษ์ต้นหนึ่งยืนตระหง่านอยู่กลางทุ่ง ใหญ่โตและสูงกว่าต้นไม้อื่นทั้งหมด ร่มเงาของมันแผ่กว้างราวกับหลังคาบ้านหลังใหญ่

ทุกคนในหมู่บ้านรู้จักต้นไทรต้นนี้ดี แต่ไม่ใช่เพราะความสวยงาม หากเพราะ นิสัยที่แปลกประหลาด ของมัน

เพราะต้นไทรต้นนี้ ไม่ยอมแบ่งร่มเงาให้ใคร

ทุกครั้งที่มีใครเดินเข้ามาหลบแดดใต้ต้น ลมแปลกๆ จะพัดกิ่งก้านส่ายไปส่ายมาจนน่ากลัว ใบไม้ร่วงลงพรึบ บางทีก็มีเสียงแปลกๆ ดังออกมาจากพุ่มใบ จนทุกคนต้องถอยหนีไป

ต้นไทรคิดในใจว่า “ร่มเงานี้เป็นของข้า ใครจะมาใช้ได้อย่างไร”

วันหนึ่ง ยายแก้ว คนเก็บฟืนเดินมาถึงกลางทุ่ง แบกฟืนหนักจนหลังโก่ง เหงื่อโชกทั้งตัว แดดบ่ายร้อนระอุ ยายแก้ววางฟืนลงแล้วเดินโซเซเข้ามาใต้ต้นไทร

“ขอพักสักครู่เถอะ แก่แล้วเดินไม่ไหว”

ต้นไทรได้ยินแล้วก็สั่นกิ่งก้านเสียงดัง ใบไม้ร่วงใส่หัวยาย ลมพัดโหยหวน

ยายแก้วสะดุ้งถอยหลังออกมา แล้วก็นั่งลงกลางแดดโดยไม่มีที่พัก

ต้นไทรมองดูด้วยความพอใจ

ไม่กี่วันต่อมา เด็กๆ จากหมู่บ้าน วิ่งมาเล่นในทุ่ง อากาศร้อนจัด เด็กๆ วิ่งเข้ามาใต้ต้นไทรพร้อมเสียงหัวเราะ

ต้นไทรโกรธจัด สั่นกิ่งแรงขึ้น ผลไม้เล็กๆ ร่วงลงมาใส่เด็กๆ จนร้องโวยวาย แล้วก็วิ่งหนีกลับไปหมด

ต้นไทรยิ่งพอใจ “ดีแล้ว ร่มเงาของข้าต้องเป็นของข้าคนเดียว”

แต่แล้วฤดูแล้งก็มาถึง

ฝนไม่ตกนานหลายเดือน ดินแตกระแหง คนในหมู่บ้านแทบไม่มีแรงออกมาทำนา สัตว์ต่างๆ ในทุ่งซบเซา

และต้นไทรก็เริ่มรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

เงียบ

ไม่มีเสียงเด็กวิ่งเล่น ไม่มีเสียงยายแก้วบ่นเพลงเบาๆ ขณะพักผ่อน ไม่มีเสียงชาวนาคุยกันยามพักเที่ยง ไม่มีนกมาจับกิ่ง ไม่มีกระรอกมาวิ่งเล่น

ทุกอย่างรอบต้นไทรเงียบสงัดราวกับทะเลทราย

ต้นไทรยืนอยู่กลางทุ่งคนเดียว ร่มเงากว้างใหญ่ แต่ไม่มีใครอยู่ใต้นั้นเลย

วันหนึ่งมี นกแก่ตัวหนึ่ง บินมาจับกิ่งต้นไทร ต้นไทรเตรียมจะสั่นกิ่งไล่ แต่นกแก่พูดก่อนว่า

“ข้าแก่แล้ว บินไม่ไหว ขอจับพักแค่ครู่เดียวได้ไหม”

ต้นไทรหยุดนิ่ง ไม่รู้ทำไม แต่คราวนี้ไม่ไล่

นกแก่นั่งพักอยู่บนกิ่งแล้วก็ร้องเพลงเบาๆ เสียงแหบแต่ไพเราะ ต้นไทรฟังแล้วรู้สึกบางอย่างอุ่นขึ้นในใจ

“แกไม่กลัวข้าหรือ?” ต้นไทรถามเสียงแผ่วเพราะไม่ค่อยได้พูดกับใครมานาน

“กลัวอะไรล่ะ” นกแก่ตอบ “ข้าแก่พอที่จะรู้ว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตไม่ใช่แดดร้อน แต่คือความเหงาต่างหาก”

ต้นไทรนิ่งไปนานมาก

“แกเหงาไหม?” นกถามต่อ

ต้นไทรไม่ตอบ แต่กิ่งก้านที่เคยแข็งกระด้างก็ค่อยๆ ห้อยลงอย่างอ่อนล้า

คืนนั้นต้นไทรคิดทบทวนตลอดทั้งคืน

นึกถึงยายแก้วที่นั่งตากแดดทั้งที่แก่และเหนื่อย นึกถึงเด็กๆ ที่วิ่งหนีไปพร้อมน้ำตา นึกถึงชาวนาที่ไม่มีที่พักยามเที่ยง

และนึกถึงตัวเองที่ยืนอยู่คนเดียวมาตลอด ร่มเงากว้างใหญ่แต่ไม่เคยทำให้ใครได้ใช้ประโยชน์

ข้ามีทุกอย่าง แต่ไม่มีอะไรเลย

เช้าวันรุ่งขึ้น ยายแก้วแบกฟืนผ่านมาอีกครั้ง ร่างกายยิ่งแก่ยิ่งโก่งกว่าเดิม

คราวนี้ต้นไทรนิ่งเงียบ ไม่สั่นกิ่ง ไม่ร่วงใบ

ยายแก้วเดินเข้ามาใต้ร่มด้วยความระแวง รอสักครู่เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็ค่อยๆ วางฟืนลงและนั่งพักอิงกับลำต้น

ยายแก้วหลับตาสูดลมเย็นใต้ร่มไทร แล้วพูดเบาๆ ว่า

“เย็นดีจริงๆ ขอบคุณนะต้นไม้”

ต้นไทรได้ยินคำนั้นแล้วรู้สึกอะไรบางอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาตลอดชีวิต

อบอุ่น

ไม่ใช่จากแดด แต่จากข้างใน

หลังจากนั้นต้นไทรก็เปลี่ยนไป ปล่อยให้ยายแก้วพักทุกวัน ปล่อยให้เด็กๆ วิ่งเล่นใต้ร่ม ปล่อยให้ชาวนานั่งกินข้าวยามเที่ยง ปล่อยให้นกสร้างรัง ปล่อยให้กระรอกวิ่งเล่นบนกิ่ง

ทุ่งนาที่เคยเงียบก็ค่อยๆ มีเสียงชีวิตกลับมา

และต้นไทรที่เคยยืนอยู่คนเดียวกลางทุ่งกว้าง ก็กลายเป็น ต้นไม้ที่มีความสุขที่สุดในป่าทั้งหมด โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของอะไรเพิ่มขึ้นเลยแม้แต่ใบเดียว 🌳

ข้อคิดจากนิทาน : ร่มเงาที่กว้างที่สุดคือร่มเงาที่แบ่งให้คนอื่นได้ เพราะความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การครอบครอง แต่อยู่ที่การให้

🔗 แนะนำบทความอื่น

นิทานสั้นๆก่อนนอน เรื่องลิงผู้ทรนง

นิทานก่อนนอนสั้นๆ ลูกเป็ดที่ฝันอยากบิน

นิทานสั้น ลูกแมวที่หลงทางในคืนฝนตก

 

 

our shop
our shop

You may also like