จากสถานการณ์ฝนตกหนักแบบต่อเนื่องหลายวันในมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน จนเกิด “ฝนพันปี” ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบพันปี เมืองเจิ้งโจวกำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ ระดับน้ำในหลายพื้นที่สูงกว่า 1.5 เมตร ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องเผชิญความยากลำบาก ทั้งการดำรงชีวิตและการเดินทาง
ล่าสุด ทางการจีนตัดสินใจใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด คือการ ระเบิดเขื่อนหนึ่งแห่งในเมืองลั่วหยาง ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของมณฑลเหอหนาน เพื่อเปิดทางให้น้ำจำนวนมหาศาลไหลออกจากพื้นที่ และเปลี่ยนเส้นทางน้ำให้ไม่ทะลักเข้าสู่เมืองเจิ้งโจวที่มีประชากรหนาแน่นและกำลังเผชิญน้ำท่วมอยู่
การระเบิดเขื่อนในครั้งนี้ไม่ใช่การทำลาย แต่เป็นการควบคุมและระบายมวลน้ำตามแผนฉุกเฉินของกองทัพจีน ซึ่งมักจะถูกนำมาใช้เฉพาะในกรณีที่ไม่มีทางเลือกอื่น เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจรุนแรงยิ่งกว่านี้

จากข้อมูลเบื้องต้น:
-
มีประชาชนกว่า 1.2 ล้านคนได้รับผลกระทบ
-
มีผู้อพยพแล้วกว่า 200,000 คน
-
ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ อย่างน้อย 33 ราย
-
ในจำนวนผู้เสียชีวิตนี้ มีผู้โดยสาร 12 คน ที่ติดอยู่ในขบวนรถไฟใต้ดินที่ถูกน้ำท่วมเมื่อคืนวันอังคาร
-
นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้สูญหาย อีกอย่างน้อย 8 คน
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงของภาวะอากาศแปรปรวน ที่อาจเกิดขึ้นได้แม้แต่ในเมืองใหญ่ที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานทันสมัย
การตัดสินใจระเบิดเขื่อนของจีนครั้งนี้ อาจฟังดูน่าตกใจ แต่เบื้องหลังคือความพยายามที่จะรักษาชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนให้มากที่สุด เป็นมาตรการที่หนักแน่นและจำเป็นในภาวะที่ทุกนาทีมีค่า

