อันตรายจากการทานยาลดน้ำหนักหลังคลอด
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหลังคลอดทำให้คุณแม่หลายคนหดหู่ใจเป็นอย่างมาก ซึ่งการลดน้ำหนักควรทำหลังจาก 6 เดือนหลังคลอด ควรรอให้ร่างกายฟื้นฟูอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามการลดน้ำหนักหลังคลอดนั้น มีหลายวิธี เช่น การลดน้ำหนักด้วยอาหาร การลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย การลดน้ำหนักด้วยการผ่าตัด การลดน้ำหนักด้วยแพทย์แผนจีน คุณแม่สามารถเลือกวิธีลดน้ำหนักที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของตัวเองได้
วิธีลดน้ำหนักสามารถทำได้หลายวิธีดังนี้
1.การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักหลังคลอด
การลดน้ำหนักหลังคลอดสามารถส่งผลดีและผลเสีย หากออกกำลังกายในขณะที่ร่างกายยังไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่ ก็จะส่งผลเสียต่อร่างกาย ดังนั้นในการออกกำลังกายควรมั่นใจว่าเป็นช่วงที่ปลอดภัยแล้วจริงๆ วิธีการออกกำลังกายมีอะไรบ้างไปดูกันค่ะ
2.ออกกําลังกายลดพุงหลังคลอด
หลังคลอด ช่วงบริเวณท้องเป็นสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงมากในช่วงระหว่างตั้งครรภ์ ดังนั้นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อของช่องท้องจะช่วยส่งเสริมการฟื้นตัวของมดลูก การออกกำลังกายบริเวณพุงจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังคลอด และยังช่วยลดน้ำหนักในส่วนอื่นๆอีกด้วย
3.โยคะหลังคลอด
โยคะหลังคลอดเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคุณแม่หลังคลอดมากที่สุด เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยให้ร่างกายและจิตใจปรับสมดุล ควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในสภาวะปกติ
4.ลดน้ำหนักด้วยการเดิน
การเดินอาจไม่ใช่การออกกำลังกายที่ดูดุเดือดและเข้มข้นมากนะ ค่อนข้างมีประสิทธิภาพมาก ดังนั้นการออกกำลังกายด้วยการเดินจึงเหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการลดน้ำหนักหลังคลอดบุตร ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจได้อีกด้วย
5.การลดน้ำหนักด้วยการวิดพื้น
การวิดพื้นหรือการทำซิทอัพ สามารถช่วยลดไขมันหน้าท้องได้ดีมาก แต่ควรทำในช่วงเวลาที่แผลผ่าตัดนั้นหายดีแล้ว หากทำต่อเนื่องจะเห็นผลที่ชัดเจน

อันตรายจากการทานยาลดน้ำหนักหลังคลอด
ปัจจุบันยาลดน้ำหนักมีมากมายในท้องตลาด ทั้งที่มีคุณภาพและไม่มีคุณภาพ หากเลือกยาลดน้ำหนักที่ไม่มีคุณภาพอาจส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างหนักดังนี้
1.ทำให้เกิดความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ ยาลดน้ำหนักหลายชนิดในท้องตลาดมีฮอร์โมน หากใช้ในระยะยาวจะทำให้เกิดความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ ประจำเดือนมาไม่ปกติ และการผิดปกติของการตกไข่
2.ทำให้ความอยากอาหารน้อยลง ส่งผลต่อการเกิดหลอดเลือดหัวใจ ยาลดน้ำหนักจะทำให้คุณแม่เบื่ออาหาร อาจส่งผลต่อหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจได้ ในอนาคต
3.ไตทำงานหนัก การกินยาลดน้ำหนักหลังคลอดบุตรจะทำให้เกิดการเพิ่มภาระให้กับไตมากขึ้น ทำให้ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ จะจะเกิดอาการปัสสาวะเล็ด
4.ทำให้ปวดท้องและอุจจาระมันเมือก ยาลดน้ำหนักจะช่วยลดการดูดซึมไขมันในลำไส้เล็ก หากใช้ในระยะยาวจะมีอาการปวดท้องและมีอุจจาระมันเมือก
5.เกิดจากการเสพติดทางร่างกาย เนื่องจากยาลดน้ำหนักบางชนิดเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง และทำให้เกิดอาการวิกลจริตและการเสพติดได้ หากใช้ในปริมาณมากเป็นระยะเวลานาน
6.เกิดความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร ยาลดน้ำหนักมีการเพิ่มส่วนผสมของยาระบาย อาจทำให้อาเจียนเกิดอาการท้องร่วง แม้กระทั่งเกิดโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ

ทานยาลดน้ำหนักหลังคลอดได้ผลหรือไม่
ถึงแม้ว่าการทานยาลดน้ำหนักเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และเป็นที่ชื่นชอบของคุณแม่หลังคลอดหลายๆคน แต่ไม่สามารถทำได้ทุกคน บางคนทานยาลดน้ำหนักหลังคลอดไม่ได้ผล เพราะสภาพร่างกายของมารดาหลังคลอดแต่ละคนแตกต่างกัน
ยาลดน้ำหนักสามารถทำให้น้ำหนักลงได้ เพราะตัวยาสามารถระงับความอยากอาหาร การดูดซึมไขมันในกระเพาะอาหาร แต่ในความเป็นจริงจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ตามมาด้วยเช่นกัน เช่นท้องร่วง ท้องผูก ใจสั่น นอนไม่หลับ
ดังนั้น แท้จริงแล้วยาลดน้ำหนัก ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผลดี โดยเฉพาะยาลดน้ำหนักที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ ตามท้องตลาดทั่วไป การเลือกใช้ยาคุณแม่ควรเลือกตามคำแนะนำของแพทย์
เวลาที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนักหลังคลอด
คุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก ยังไม่ควรลดน้ำหนักในทันที เนื่องจากร่างกายอ่อนแอมากควรพักผ่อนให้เพียงพอ และยิ่งต้องเพิ่มอาหาร ในช่วงฟื้นตัวและระหว่างให้นมบุตร
6 เดือนหลังคลอด คือ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนัก การลดน้ำหนักควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ควรลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด
**บทความนี้มีไว้เพื่อใช้อ้างอิงในการอ่านเท่านั้น หากคุณรู้สึกไม่สบาย ขอแนะนำให้ไปพบแพทย์ทันที และการวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์เพื่อผลที่ชัดเจนกว่า**
www.heartsmom.com
แนะนำผลิตภัณฑ์
https://s.shopee.co.th/9zkKcoU4la


