7 ท่าออกกำลังกายสำหรับคนท้อง
เมื่อคนท้องออกกำลังกายด้วยท่าที่เหมาะสม นอกจากจะสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายได้แล้วยังดีต่อทารกในครรภ์อีกด้วย
คนท้องจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้นเพื่อให้สารอาหารเพียงพอสำหรับทารก แต่สิ่งที่คุณแม่หลายคนกังวลคือ ทำอย่างไรให้อาหารที่เสริมเข้าไปไม่ทำให้คุณแม่อ้วนได้ง่าย ดังนั้นจึงสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในการออกกำลังกายระหว่างตั้งครรภ์ วันนี้เราจึงอยากแนะนำ7ท่าออกกำลังกายสำหรับคนท้องคะ

1.การขึ้นลงบันได
การขึ้นลงบันได เป็นสิ่งที่คนท้องสามารถทำได้ตามปกติ แต่ไม่แนะนำให้ใช้การขึ้นบันไดเป็นการออกกำลังกายโดยเฉพาะ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ง่าย
การออกกำลังกายโดยการเดินขึ้นลงบันได เหมาะสำหรับคุณแม่ที่อายุครรภ์ไม่มาก หากคุณแม่อาศัยอยู่ในบ้านที่มีชั้นบันได การเดินขึ้นบันไดนั้น เป็นการออกกำลังกายแบบง่ายๆ การเดินขึ้นลงบันไดนั้นไม่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีอายุครรภ์มากแล้ว เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ และควรเดินด้วยความระมัดระวัง
การเดินขึ้นบันไดจะช่วยเสริมสร้างการทำงานของหัวใจ ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วหลังคลอดบุตร
การขึ้นลงบันไดไม่ใช่การออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์ เพราะอาจมีอันตรายทั้งแม่ทั้งลูก ในชีวิตประจำวันหากคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องขึ้นลงบันไดก็ควรระมัดระวังมากขึ้น
2. วิ่งจ๊อกกิ้ง
สตรีมีครรภ์ ควรออกกําลังกายให้เหมาะสมเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่และทารกในครรภ์ การวิ่งจ๊อกกิ้งเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้คนท้องได้ออกกำลังกายได้ ก่อนวิ่งควร warm up ด้วยการเดิน 10 นาที และวิ่งจ๊อกกิ้ง 3 นาที ตามด้วยการเดิน 2 นาที ถ้ารู้สึกสบายมากขึ้น ให้เพิ่มการวิ่งเป็น 30 นาทีและเดิน 5 นาที หรือวิ่ง 20 นาทีหลังจาก warm up 10 นาที อย่าลืมเดินเพื่อยืดเส้นยืดสายสลับกัน 5 นาที หลังจากการวิ่งควรดื่มน้ำเพื่อทดแทนเหงื่อที่สูญเสียไปด้วยนะคะ

3.การเต้นแอโรบิค
ในยุคสมัยใหม่ แอโรบิคถูกออกแบบมาเพื่อให้มีความเหมาะสมกับสตรีมีครรภ์โดยเฉพาะ ทำให้สตรีมีครรภ์ได้ใช้ช่วงเวลาพิเศษ ทำกิจกรรมออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างการทำงานของระบบหายใจและระบบประสาท และยังช่วยควบคุมการเพิ่มน้ำหนักและความยืดหยุ่นของหน้าท้อง นอกจากนี้ยังสามารถลดอาการต่างๆได้ เช่น ความเครียดทางจิตใจ อาการท้องผูก และช่วยให้หลับสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การเต้นแอโรบิค เป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด ประหยัดที่สุด และมีประสิทธิภาพสูงสุด
4.การออกกำลังกายแบบ เคตเทิลเบล (kettlebell)
การออกกำลังแบบ เคตเทิลเบล สำหรับสตรีมีครรภ์เป็นที่นิยมในหมู่คนท้องชาวต่างชาติ เพราะสามารถทำได้ง่ายที่บ้านและเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว การออกกำลังกายแบบเคตเทิลเบลl จะช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานสำหรับสตรีหลังคลอดที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ มดลูกหรือกระเพาะปัสสาวะหย่อนยาน

5.การออกกำลังกายแบบพิลาทิส
พิลาทิสจะมีความคล้ายคลึงกับโยคะมาก ระยะหลังพิลาทิสถูกออกแบบท่ามาเพื่อให้เหมาะคนท้องโดยเฉพาะ และเป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวตะวันตก
ซึ่งการออกกำลังกายแบบพิลาทิสเป็นการผสมผสานกันระหว่างโยคะ ไทเก๊ก และบัลเล่ต์ ช่วยแก้อาการหลังแอ่น หลังค่อม เหมาะกับทุกเพศทุกวัยแม้แต่สตรีตั้งครรภ์
หลักของการฝึกพิลาทิส ต้องใช้การหายใจเข้าทางจมูก และหายใจออกทางปาก ช่วยการปรับรูปร่างของกล้ามเนื้อในส่วนกระดูกสันหลังส่วนเอวโดยเฉพาะ

6.การเต้นรำ
การเต้นรำมีลักษณะพิเศษ คือช่วยในเรื่องการเคลื่อนไหวที่เป็นไปอย่างนุ่มนวล สม่ำเสมอ ปริมาณการออกแรงไม่มากนัก สามารถผ่อนคลายกระดูกเชิงกรานของหญิงตั้งครรภ์ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการคลอดบุตร ทั้งยังช่วยลดความเครียดทางจิตใจได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวที่เป็นจังหวะรุนแรง เช่น การเคลื่อนไหวหรือสะบัดสะโพก เพราะอาจมีอันตรายหรือกระทบต่อเด็กในครรภ์ได้
7.เล่นโยคะ
คนท้องที่ฝึกโยคะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งและลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ เพิ่มความรู้สึกสมดุลของร่างกาย และช่วยปรับความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อทั้งหมด ในขณะเดียวกันก็ไปกระตุ้นต่อมที่ควบคุมการหลั่งฮอร์โมน เร่งการไหลเวียนโลหิต และยังสามารถควบคุมการหายใจได้ดีอีกด้วย
โยคะสามารถช่วยปรับรูปร่างร่างกายหลังคลอดได้ สตรีมีครรภ์สามารถฝึกท่าโยคะต่างๆ ได้ แต่ต้องอาศัยความต้องการส่วนบุคคลและความสะดวกสบาย การฝึกโยคะจะช่วยให้คนท้องมีจิตใจที่สงบก่อนการคลอดบุตร
www.mama.cn
สินค้าแนะนำ

Bewell เสื่อโยคะ หนาพิเศษ 10 mm. พร้อมถุงตาข่ายเก็บเสื่อ พกพาสะดวก

