การดูแลสุขภาพเด็กประจำวัน การเลี้ยงลูก สุขภาพเด็ก

โรคมือเท้าปาก สัญญาณที่พ่อแม่ต้องรู้ และวิธีดูแลลูกที่บ้าน

โรคมือเท้าปากระบาดหนักในไทยปี 2568 มีผู้ป่วยสะสมกว่า 94,000 ราย ส่วนใหญ่หายเองใน 5–7 วัน แต่ต้องรู้สัญญาณอันตราย เช่น ซึมลง หายใจหอบ ชัก เพื่อพาลูกพบแพทย์ทันทีค่ะ

โรคมือเท้าปาก สัญญาณที่พ่อแม่ต้องรู้

โรคมือเท้าปากเป็นหนึ่งในโรคที่พ่อแม่เด็กเล็กในไทยต้องรู้จักและเฝ้าระวังมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มักมีการระบาดหนักทุกปีค่ะ ส่วนใหญ่หายได้เองแต่บางรายอาจรุนแรงมากจนถึงชีวิตได้ค่ะ

โรคมือเท้าปากคืออะไร?

โรคมือเท้าปากเป็นโรคติดต่อที่พบบ่อยในเด็กโดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี มักมีการระบาดช่วงฤดูฝน สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเตอโรไวรัส มีหลายสายพันธุ์ ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง กรณีที่มีสมองอักเสบร่วมด้วยมักเกิดจากเชื้อเอนเตอโรไวรัส 71 หรือ EV71 ซึ่งมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ค่ะ

จากข้อมูลล่าสุดในปี 2568 รายงานว่ามีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 94,000 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ 0–4 ปีค่ะ

โรคนี้ติดต่ออย่างไร?

เชื้อไวรัสแพร่ผ่านทางระบบทางเดินอาหารและการหายใจ สามารถติดต่อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระของผู้ป่วย หรือติดต่อโดยอ้อมจากการสัมผัสผ่านของเล่นและมือผู้ดูแลค่ะ

โรคนี้มีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยเรียนที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกันในสภาพแวดล้อมที่แออัด เช่น ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล หรือแม้แต่ตามสนามเด็กเล่นทั่วไปค่ะ

อาการของโรคมือเท้าปาก

อาการเริ่มแรกคือการมีไข้ 1–2 วัน และเริ่มมีแผลเกิดขึ้นที่กระพุ้งแก้มและเพดานปาก ทำให้เด็กรู้สึกเจ็บปากและรับประทานอาหารได้น้อยลง จากนั้นจะมีผื่นเป็นจุดแดงหรือตุ่มน้ำใสขึ้นตามบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบก้นและอวัยวะเพศ บางรายอาจขึ้นบริเวณตามลำตัว แขนและขาได้ค่ะ

ส่วนใหญ่มักจะหายได้เองภายใน 5–7 วันค่ะ

สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพาลูกพบแพทย์ทันที

นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดที่พ่อแม่ต้องรู้ค่ะ

ถ้าลูกมีอาการซึมลง หายใจหอบ หายใจเร็ว มีอาการชัก เกร็ง หมดสติ หรือมือสั่น ขาสั่น เดินเซ ถ้ามีอาการผิดปกติเหล่านี้ต้องรีบพากลับมาพบแพทย์ทันทีค่ะ

นอกจากนี้ควรพาพบแพทย์ถ้าลูกมีไข้สูงนานเกิน 2 วันหรืออาเจียนมากค่ะ

สรุปสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบไป ER ทันทีค่ะ

  • ซึมลง ไม่ตอบสนอง
  • หายใจหอบหรือหายใจเร็วผิดปกติ
  • ชัก เกร็ง หรือหมดสติ
  • มือสั่น ขาสั่น เดินเซ
  • อาเจียนมากและดื่มน้ำไม่ได้
  • ไข้สูงนานเกิน 2 วันไม่ลด

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

แม้ว่าเด็กที่เป็นโรคมือเท้าปากส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง แต่พบภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ประมาณ 1 ต่อ 2,000–10,000 รายค่ะ

ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงที่สุดคือก้านสมองอักเสบ ซึ่งพบได้น้อยมาก 1–5 รายต่อปี แต่มีโอกาสเสียชีวิตสูงค่ะ

วิธีดูแลลูกที่บ้านเมื่อป่วย

เมื่อลูกเป็นโรคมือเท้าปากแต่อาการไม่รุนแรง สามารถดูแลที่บ้านได้ค่ะ

  • ให้ยาลดไข้ ตามขนาดที่แพทย์แนะนำ
  • ให้ดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ
  • อาหารเย็นและอ่อนนุ่ม เช่น โจ๊ก ไอศกรีม เพราะแผลในปากทำให้กินเจ็บ
  • แยกของใช้ส่วนตัว ออกจากคนอื่นในบ้าน
  • หยุดเรียน จนกว่าตุ่มจะแห้งและไข้หาย

วิธีป้องกันโรคมือเท้าปาก

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการรักษาสุขอนามัยที่ดี กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ควรระมัดระวังความสะอาดของน้ำ อาหาร และสิ่งของทุกๆ อย่างที่เด็กอาจเอาเข้าปาก และในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคมือเท้าปากได้ค่ะ

สิ่งที่ทำได้ทุกวันค่ะ

  • ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  • ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวที่ลูกสัมผัสบ่อย
  • ไม่ให้ลูกใช้ของร่วมกับคนอื่น เช่น แก้วน้ำ ช้อน
  • หลีกเลี่ยงพาลูกไปสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาด

สรุป

โรคมือเท้าปากส่วนใหญ่หายได้เองและไม่รุนแรง แต่พ่อแม่ต้องสังเกตสัญญาณอันตรายอย่างใกล้ชิดค่ะ สำหรับเด็กบางราย โรคนี้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ต้องการการดูแลระดับวิกฤต ความพร้อมในการสังเกตอาการและพาลูกพบแพทย์ทันเวลาคือสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ

แหล่งอ้างอิง:

  • สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี — โรคมือเท้าปาก (2568)
  • สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย — โรคมือเท้าปาก
  • รามา แชนแนล — โรคมือเท้าปากในเด็ก (2568)
  • โรงพยาบาลเปาโล — โรคมือเท้าปากระบาดช่วงหน้าฝน (2568)

บทความที่เกี่ยวข้อง:

our shop
our shop

You may also like