ความเข้าใจเบื้องต้นของโรคอีสุกอีใส
1.เมื่อได้รับวัคซีนแล้วจะเป็นอีสุกอีใสได้หรือไม่
ถึงแม้ว่าการฉีดวัคซีนมีอัตราในการป้องกันโรคอีสุกอีใส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคนด้วยบางคนอาจเคยฉีดวัคซีนแล้วแต่ก็ยังสามารถกลับมาเป็นได้อีกในช่วงที่ภูมิต้านทานต่ำ
2.เคยเป็นอีสุกอีใสแล้วสามารถเป็นอีกได้หรือไม่
โดยปกติคนทั่วไปที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันในการป้องกันโรค แต่ในคนที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจสามารถเป็นโรคได้อีก
3.เป็นอีสุกอีใสซื้อยาตามเภสัชได้หรือไม่
อีสุกอีใสเกิดจากการติดเชื้อไวรัส สำหรับยารักษาโรคอีสุกอีใส ควรปรึกษาแพทย์เพื่อได้รับยาและขั้นตอนปฏิบัติที่ถูกต้อง

วิธีการดูแลโรคอีสุกอีใสให้หายอย่างรวดเร็ว
โรคอีสุกอีใสมักพบได้ในเด็กเล็ก หากดูแลไม่ดีอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆตามมา ผู้ปกครองจึงควรมีความรู้ในเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นดังนี้
1.ทำการแยกตัวผู้ป่วย
โรคอีสุกอีใสเป็นโรคติดต่อ และแพร่กระจายโดยสารคัดหลั่ง หากได้รับการตรวจว่าเป็นอีสุกอีใสควรแยกตัวออกทันที จนกว่าจะหมดระยะของโรค เพื่อไม่ให้ไปติดต่อกับเด็กคนได้ ซึ่งระยะอาการจะอยู่ในช่วง14วัน
2.ทำการฆ่าเชื้อ
โรคอีสุกอีใสเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ดังนั้นพ่อแม่จึงจำเป็นต้องฆ่าเชื้อ ตากแดด บริเวณที่อยู่อาศัยเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน ของเล่น ที่เด็กใช้อยู่เป็นประจำ
3.ดูแลทำความสะอาดเล็บ
ควรตัดเล็บของลูกอยู่เป็นประจำเพื่อหลีกเลี่ยงการเกาบริเวณแผล และควรทายาบรรเทาอาการคันด้วยโลชั่นคารามายในบริเวณที่เป็นอีสุกอีใส เพื่อลดการเกิดแผลเป็น
4.ลดอุณหภูมิในร่างกาย
เมื่อเป็นโรคอีสุกอีใสมักมาพร้อมกับอาการไข้ ดังนั้นพ่อแม่จึงควรทำให้ลูกมีอุณหภูมิลดลง ด้วยการทานยาลดไข้ ตามคำแนะนำของแพทย์จนกว่าอาการของเด็กจะดีขึ้น

5.ทานอาหารให้เหมาะสม
ในช่วงที่ทารกมีอาการป่วยมีไข้ขึ้นสูง ความอยากอาหารจะลดลง พ่อแม่ควรเลือกอาหารที่ลูกกินได้ง่าย และควรดื่มน้ำให้มากๆเพื่อขับสารพิษออกจากร่างกาย
สรุป
โรคอีสุกอีใสเป็นโรคติดต่อที่พบมากในเด็กเล็ก เด็กที่เป็นโรคอีสุกอีใสอาจมีอาการคันตามผิวหนังเมื่อแผลเริ่มพุพองตามร่างกาย ในช่วงนี้ถ้าแผลอักเสบอาจทำให้เกิดอาการติดเชื้อรุนแรง และทิ้งรอยแผลเป็นไว้อีกด้วย เราสามารถดูแลลูกน้อยได้ด้วยวิธีที่กล่าวไปข้างต้น
แหล่งอ้างอิง
mama.cn
baidu.com

