อีสุกอีใสแล้วควรปฎิบัติตัวอย่างไร
อีสุกอีใสเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งและมักพบมากในเด็ก เมื่อเป็นแล้วอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว เซื่องซึม ไม่อยากอาหาร หลายคนอาจเคยเป็นโรคอีสุกอีใสแต่ยังมีอีกมากที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับวิธีการรักษาอีสุกอีใส วันนี้เรามาดูกันว่าถ้าเป็นอีสุกอีใสแล้วควรปฎิบัติตัวอย่างไร
- หากเป็นอีสุกอีใส ควรให้ความเอาใจใส่เรื่องการทำความสะอาดผิวและสิ่งของเครื่องใช้อื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของแบคทีเรีย หลีกเลี่ยงการเกาบริเวณตุ่มที่เป็นอีสุกอีใสเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เมื่อมีอาการคันให้ใช้คาลาไมน์เพื่อลดอาการคัน
- ถ้ามีอาการไข้ให้ใช้ยาลดไข้และควรหลีกเลี่ยงการใช้แอสไพรินให้มากที่สุด
- หากมีการติดเชื้อควรใช้ยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่ง ถ้ามีอาการตาแดงควรใช้ยาหยอดตาร่วมด้วย

วิธีการดูแลปฐมพยาบาลเมื่อเป็นอีสุกอีใส
1. การฆ่าเชื้อ
เนื่องจากเชื้อโรคสามารถปะปนมากับผ้าปูที่นอนเสื้อผ้าเครื่องใช้ของเด็ก การทำความสะอาดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรมีการฆ่าเชื้อภาชนะต่างๆประมาณ 5-10 นาที และตากแดดเป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง ควรอยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเท ควรเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ลูกบ่อยๆและมั่นตัดเล็บและทำความสะอาดมือบ่อยๆเพื่อลดเชื้อโรคเมื่อเด็กเกา
2. แยกตัวเด็กออกจากเด็กคนอื่น
เมื่อพบว่าเด็กเล็ก เป็นอีสุกอีใสต้องแยกเด็กออกมาตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อไม่ให้ปะปนกับเด็กคนอื่น เพราะจะทำให้เกิดการแพร่เชื้อติดต่อกันได้ง่าย ซึ่งในการรักษาตัวอาจใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
3. หลีกเลี่ยงการใช้มือแกะเกา
เนื่องจากโรคอีสุกอีใสสามารถหายเองได้โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น แต่ถ้าหากใช้มือแกะเกาจนแผลแตกก่อนเวลาอันสมควรจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเกิดรอยแผลเป็นได้ง่าย อาจเป็นเรื่องยากที่จะห้ามเด็กไม่ให้เกาแผล ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิด
4. พักผ่อนอย่างเพียงพอ
เด็กที่เป็นอีสุกอีใสมักมีอาการไม่สบายตัว เซื่องซึม และอ่อนเพลียได้ง่ายซึ่งควรให้นอนพักผ่อนและดื่มน้ำให้มากขึ้น กินอาหารที่ย่อยง่ายและทานผลไม้เพื่อเพิ่มวิตามินและเสริมภูมิต้านทานให้กับร่างกาย

ข้อควรระวังในเรื่องอาหารเมื่อเป็นอีสุกอีใส
อีสุกอีใสเป็นโรคติดต่อที่ไม่รุนแรงส่วนใหญ่มักเกิดในเด็กเล็ก ดังนั้นนอกจากพ่อแม่จะต้องดูแลเรื่องความสะอาดแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารด้วย มาดูกันว่าเมื่อเป็นโรคอีสุกอีใสกินอะไรได้บ้าง
1.เมื่อเป็นอีสุกอีใส อาจมีข้อห้ามในการรับประทานอาหารบางชนิด เพื่อให้อาการดีขึ้นโดยเร็วและไม่แพร่เชื้อในเด็กคนอื่นๆ ควรระวังอาหารรสจัด เช่น พริก ขิง อาหารฤทธิ์ร้อน เพราะอาหารเหล่านี้จะกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้น
2.อาหารทะเล จะทำให้แผลพุพองตามร่างกายหายช้าและอาจทำให้อาการแย่ลงในกรณีที่เด็กแพ้อาหารทะเล
3.ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ ดื่มน้ำอุ่นมากๆ และงดอาหารอัดลม หรืออาหารที่ก่อให้เกิดแก๊ส
อีสุกอีใสอาจเป็นโรคทางกาย แต่มีผลต่อจิตใจของเด็กมาก เนื่องจากแผลเป็นที่อาจทิ้งรอยเอาไว้ ดังนั้นผู้ปกครองจึงควรสังเกตอาการของบุตรอย่างใกล้ชิด คอยปลอบโยนเมื่อเด็กมีอาการซึม การปฐมพยาบาลเบื้องต้นจะช่วยให้อาการบรรเทาลงและลดความกังวลใจในเด็กด้วย
แหล่งอ้างอิง
mama.cn
baidu.com

