วิธีการเลือกเปลเด็กอ่อน ต้องใส่ใจในด้านใดบ้าง
ทารกอยู่ในช่วงบอบบางมาก และต้องการการปกป้องเต็มที่จากพ่อแม่ ดังนั้นในการเลือกเปลจึงควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แล้วแบบไหนจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
1.ความปลอดภัย
ประการแรกความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราพิจารณาเมื่อถึงเวลาเลือกเปล เตียงนอนที่ปลอดภัยควรออกแบบโครงสร้างให้เหมาะสม มีราวกันตก ควรสูงกว่าพื้นผิวเตียงประมาณ 55 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ระยะห่างระหว่างราวกันตกลงอยู่ระหว่าง 2.88 ถึง 5 เซนติเมตร
2.วัสดุ
ควรเลือกเปลเด็กอ่อนที่มีวัสดุแข็งแรง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและดีต่อสุขภาพ สามารถรับน้ำหนักได้ดี เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถรับน้ำหนักเตียงทั้งหมดได้ และควรมีขนาด 30 กิโลกรัม ไม่ควรเลือกไม้ที่มีความเปราะบาง เพราะจะเสี่ยงต่อการรับน้ำหนัก และเสี่ยงต่อการแตกหักได้ และควรดูความปลอดภัยของอุปกรณ์เสริมด้วย

3.ความสบายของเปลเวลานอน
ปัจจัยที่สำคัญคือทารกต้องนอนสบาย เพราะทารกมีความไวต่อเสียงและกลิ่นเป็นธรรมชาติ เสียงที่ดังจะทำให้ทารกงอแง ดังนั้นเราจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ สำหรับปัจจัยที่จะมีผลต่อการนอนของทารก
4.เสียง
ควรตรวจสอบโครงสร้างของเปลว่ามีความสมดุลหรือทำให้เกิดเสียงหรือไม่

5.กลิ่น
สิ่งสำคัญในการเลือกเปลเด็กคือกลิ่น โดยทั่วไปควรเลือกเปลที่ไม่มีสี หากจำเป็นต้องเลือกเปลเด็กที่มีสี ต้องดูประเภทน้ำยาเคลือบเงา ควรเลือกที่มีมาตรฐานคุณภาพ และใบรับรองความปลอดภัย
6.ขนาด
ขนาดและรูปแบบของเตียงโดยทั่วไป ขนาดของเปลจะต้องสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ต้องมีความสะดวกในการเปลี่ยนผ้าอ้อมทารก
7.สไตล์
ผู้ปกครองเลือกตามความชอบส่วนตัว ซึ่งในปัจจุบันมีรูปแบบของเตียงเด็กที่มีความหลากหลายมาก

8.ฟังก์ชัน
นอกจากปัจจัยต่างๆแล้ว การเลือกฟังก์ชันเพิ่มเติมเพื่อให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เช่น การปรับขนาดเตียง เพิ่มความยาว พับได้ ล้อเลื่อน เป็นต้น ควรเลือกฟังก์ชั่นตามความสะดวกในการใช้งาน
อย่างไรก็ตามการเลือกเปลเด็ก จะช่วยให้ทารกนอนหลับได้เป็นเวลานาน เปลที่เลือกคัดสรรมาอย่างดี ไม่เพียงแต่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีเท่านั้น แต่ยังทำให้สะดวกและประหยัดแรงมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ปกครองที่มีปัญหาในการดูแลทารก
Heartsmom

