โรคสมาธิสั้นในเด็กที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม
เมื่อพบว่าลูกมีอาการของเด็กสมาธิสั้นผู้ปกครองหลายคนคงมีความกังวลอยู่ไม่น้อยว่าจะเกิดผลกระทบในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมในระยะยาวหรือไม่ จริงๆแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม เพราะโรคADHDหรือโรคสมาธิสั้นในวัยเด็กนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและเกิดจากสาเหตุหลายประการซึ่งการบำบัดรักษาอาจจะต้องอาศัยระยะเวลาและความเข้าใจกับการปรับพฤติกรรมของเด็ก ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับ ลักษณะของเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นกันคะ

ลักษณะของเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น
1. กระตือรือร้นจนเกินไป
เด็กสมาธิสั้นส่วนใหญ่จะมีความกระตือรือร้นมากจนเกินไปเมื่อเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน ส่วนใหญ่จะมองเห็นได้ชัดเจนในช่วงปฐมวัย แต่เด็กบางคนก็เริ่มในช่วงวัยทารก ในช่วงวัยเด็กอาจดูมีชีวิตชีวาชอบคลานออกจากเปลรถเข็นหรือปีนขึ้นลง ไม่สามารถนั่งได้เป็นเวลานานไม่ชอบเล่นอะไรเงียบๆ เมื่อโตขึ้นพฤติกรรมจะโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ไม่สามารถนั่งนิ่งๆในชั้นเรียนได้ จะมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาเช่นนั่งบิดตัวไปเล่นกับยางลบดินสอ หรือหูกระเป๋าเป็นต้น
2.อารมณ์หุนหันพลันแล่น
เด็กที่เป็นโรคนี้จะมี อารมณ์วู่วาม หุนหันพลันแล่นชอบขัดจังหวะการสนทนาของผู้อื่น เด็กจะมีพฤติกรรมทางอารมณ์ที่ไม่มั่นคงจะมีความตื่นเต้นมากจนเกินไปและยังมีแนวโน้ม ที่จะเป็นคนใจร้อนอารมณ์เสีย หรือร้องไห้กับเรื่องเล็กน้อย แสดงการต่อต้านหรือมีพฤติกรรมก้าวร้าว
3. มีความบกพร่องทางสติปัญญามีปัญหาด้านการเรียนรู้
เด็กที่เป็นโรคนี้จะมีความผิดปกติทางด้านการเรียนรู้ การรับสารในการแปลงภาพและเสียง แมนจะมีสติปัญญาที่ปกติอาจจะมีปัญหาในเรื่องของการเรียนรู้ที่เป็นขั้นตอน

4.มีความผิดปกติทางอารมณ์
เด็กบางคนมีอาการวิตกกังวล และซึมเศร้าหากถูกวิจารณ์จากครูหรือผู้ปกครองบ่อยครั้งหรือถูกรังแกจากเพื่อนร่วมชั้น เมื่อเทียบกับรุ่นวัยเดียวกัน จะมีความอดทนทางภาวะอารมณ์ที่ต่ำกว่า ซึ่งอาจจะมีการต่อต้านฝ่ายตรงข้ามหรือมีอารมณ์ฉุนเฉียว จนอาจเกิดการใช้ความรุนแรงได้ จากการศึกษาพบว่าเด็กสมาธิสั้น สามารถนำไปสู่การกระทำความผิดในเยาวชนได้ง่าย หากไม่ได้รับการปรับพฤติกรรมอย่างจริงจัง
การบำบัดรักษาเด็กโรคสมาธิสั้น
การวินิจฉัยโรคสมาธิสั้นและมีความสำคัญเป็นอย่างมากเนื่องจากโรคสมาธิสั้นนั้นมีหลายระดับจึงต้องได้รับการรักษาที่ครอบคลุมหลายๆด้าน ปัจจุบันมีการรักษาโรคสมาธิสั้นได้หลายวิธี ได้แก่การบำบัดด้วยยา การบำบัดสภาพจิตใจและพฤติกรรม และการบำบัดด้วยคลื่นความถี่ จากการศึกษาวิจัยเชื่อว่าการบำบัดด้วยยาร่วมกับสภาพจิตใจและพฤติกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
1.การรักษาด้วยยา
ซึ่งอาจจะมีการให้ยาที่ช่วยลดอารมณ์ความหงุดหงิดหรืออาการซึมเศร้า และเพิ่มยาเข้าไปเสริมสร้างการบำรุงสมอง ในทางการวิจัยของจีนกล่าวว่าโรคสมาธิสั้นอาจเกิดจากธาตุหยินหรือการทำงานของไตไม่สมดุลเพียงพอ จึงอาจมีการให้ยารักษาเพื่อปรับสมดุลในส่วนที่บกพร่องไป
2. บำบัดด้วยสถาบันครอบครัว
เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะถูกสะท้อนไปถึงปัญหาครอบครัว เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกการการอบรมเลี้ยงดูในครอบครัว เด็กที่มีปัญหาเรื่องสมาธิสั้นมักจะมีความตึงเครียดในช่วงเวลาที่อยู่กับผู้ใหญ่ ดังนั้นการทำความเข้าใจกับผู้ปกครองจึงเป็นเรื่องสำคัญ ผู้ปกครองต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจถึงปัญหาและอาการของเด็กโรคสมาธิสั้นต้องมีความเห็นอกเห็นใจเมื่อลูกมีปัญหา ไม่ซ้ำเติมจนเกิดเป็นแผลขึ้นในใจ การสื่อสารระหว่างครอบครัวจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดและไม่สามารถมองข้ามไปได้ อาการของเด็กจะมีมากขึ้นหรือลดลงส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับแรงกระตุ้นที่ได้รับจากครอบครัวด้วย
ควรมีการจัดการฝึกอบรมผู้ปกครองถึงวิธีจัดการกับพฤติกรรมของบุตรหลาน ควรอธิบายถึงสาเหตุและอาการของโรคสมาธิสั้น(ADHD) เด็กควรจะได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษผู้ปกครองสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อช่วยให้เด็กมีการปรับพฤติกรรมที่ดีอย่างต่อเนื่องในระยะยาวลองให้เขาไป

3. ฝึกทักษะการอยู่ร่วมกันทางสังคม
การฝึกทักษะทางการเรียนรู้และอยู่ร่วมกันทางสังคมจะช่วยให้เด็กโรคสมาธิสั้นสามารถนำไปใช้ได้จริงรู้จักยอมรับตัวเองและยอมรับในตัวผู้อื่นรู้จักว่าตัวเราคิดอย่างไรและสังคมคิดยังไง แก้ไขความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลรู้จักให้อภัยและขอโทษยอมรับในคำวิพากษ์วิจารณ์ และสามารถจัดการกับอารมณ์โกรธและความหงุดหงิดของตัวเองได้
สรุป
การรักษาเด็กสมาธิสั้นนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาที่ครอบคลุมหลายๆด้าน ปัจจุบันมีการรักษาโรคสมาธิสั้นได้หลายวิธี ได้แก่การบำบัดด้วยยา การบำบัดสภาพจิตใจและพฤติกรรม และการบำบัดด้วยคลื่นความถี่ จากการศึกษาวิจัยเชื่อว่าการบำบัดด้วยยาร่วมกับสภาพจิตใจและพฤติกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

