การเงิน การเงินและการออม

วิธีลดค่าไฟในบ้านได้จริงต่อเดือน

ค่าไฟบ้านลดได้จริงมากถึง 630–1,250 บาทต่อเดือนโดยไม่ต้องลงทุนมาก เริ่มจากปรับแอร์จาก 22 เป็น 26 องศา เปลี่ยนหลอดไส้เป็น LED ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ และใช้แสงธรรมชาติในตอนกลางวัน ทำได้เลยวันนี้ เห็นผลรอบบิลหน้า

ค่าไฟเป็นค่าใช้จ่ายประจำบ้านที่คนมักมองข้ามทั้งที่ลดได้มาก อัตราค่าไฟฟ้าของไทยปี 2569 คำนวณแบบอัตราก้าวหน้า หมายความว่ายิ่งใช้มากยิ่งจ่ายแพงขึ้น เช่น 15 หน่วยแรกอยู่ที่ 2.35 บาท แต่หน่วยที่ 36–100 ขึ้นเป็น 3.62 บาทต่อหน่วย การลดการใช้ไฟลงไม่กี่ยูนิตต่อเดือนจึงประหยัดเงินได้มากกว่าที่คิด

บทความนี้รวบรวมวิธีที่ทำได้จริงและเห็นผลในใบแจ้งหนี้เดือนถัดไป

เครื่องใช้ไฟฟ้าไหนกินไฟมากที่สุดในบ้าน?

ก่อนจะลดได้ต้องรู้ว่าตัวการหลักคืออะไร

เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟโดยประมาณค่าไฟต่อเดือน*
แอร์ 12,000 BTU1,200 วัตต์800–1,500 บาท
เครื่องทำน้ำอุ่น3,500 วัตต์300–600 บาท
ตู้เย็น 2 ประตู150–200 วัตต์200–400 บาท
เครื่องซักผ้า300–500 วัตต์100–200 บาท
หลอดไฟเก่า (ไส้)60–100 วัตต์/ดวง50–150 บาท
โทรทัศน์100–200 วัตต์100–200 บาท

*คำนวณที่อัตราเฉลี่ย 4 บาทต่อหน่วย ใช้วันละ 8 ชั่วโมง 30 วัน

ตัวการหลักคือแอร์ ซึ่งกินไฟมากที่สุดและมีศักยภาพลดได้มากที่สุดด้วย

วิธีที่ 1: จัดการแอร์ให้ถูกต้อง ลดได้ 30–40%

ปรับอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสม

อุณหภูมิที่แนะนำคือ 25–27 องศา ไม่ใช่ 18–20 องศาตามที่หลายคนชอบตั้ง แอร์ทุก 1 องศาที่ลดลงใช้ไฟเพิ่มขึ้นประมาณ 6% เมื่อเข้าห้องร้อนๆ แทนที่จะปรับเย็นสุด ให้เปิดแอร์ที่ 25–28 องศาแต่เปิดระดับพัดลมแอร์สูงสุด จะรู้สึกเย็นเร็วกว่าและประหยัดไฟกว่ามาก

ล้างแอร์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

แอร์สกปรกทำให้ประสิทธิภาพลดลงและกินไฟเพิ่มขึ้น 10–15% การล้างแอร์เองง่ายๆ หรือเรียกช่างมาล้างปีละ 2 ครั้งช่วยประหยัดค่าไฟได้ตลอดปี

ปิดแอร์ก่อนออกจากห้อง 15–30 นาที

ความเย็นที่สะสมไว้ในห้องช่วยรักษาอุณหภูมิต่อได้อีกสักครู่ ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์จนถึงวินาทีที่ออก

วิธีที่ 2: เปลี่ยนหลอดไฟทั้งบ้านเป็น LED

หลอด LED กินไฟน้อยกว่าหลอดไส้ถึง 70–80% และอายุการใช้งานยาวนานกว่า 10–25 เท่า ถ้าบ้านมีหลอดไฟ 10 ดวงกินดวงละ 60 วัตต์ เปลี่ยนเป็น LED 9 วัตต์ประหยัดได้เดือนละ 150–300 บาทขึ้นอยู่กับชั่วโมงการใช้งาน

ลงทุนครั้งเดียวคืนทุนภายใน 3–6 เดือน

วิธีที่ 3: ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้

Standby Power หรือไฟรั่วจากอุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้โดยไม่ใช้งาน เช่น โทรทัศน์ เครื่องเล่น DVD ชาร์จเจอร์โทรศัพท์ และไมโครเวฟ อาจกินไฟรวมกัน 50–100 บาทต่อเดือนโดยไม่รู้ตัว

วิธีแก้ง่ายๆ คือใช้ปลั๊กพ่วงแบบมีสวิตช์ปิดได้ทีละจุด ไม่ต้องถอดปลั๊กทีละเส้น

วิธีที่ 4: ใช้ตู้เย็นให้ถูกต้อง

  • อย่าเปิดตู้เย็บทิ้งไว้นาน เพราะทุกวินาทีที่ประตูเปิดค่อมเพรสเซอร์ต้องทำงานเพิ่ม
  • อย่าใส่ของร้อนเข้าตู้เย็นโดยตรง รอให้เย็นก่อน
  • ตั้งอุณหภูมิตู้เย็นที่ 3–5 องศา และช่องแช่แข็งที่ -15 ถึง -18 องศาก็เพียงพอ
  • วางตู้เย็นห่างจากผนังอย่างน้อย 10–15 เซนติเมตรเพื่อให้อากาศระบายได้ดี
  • ตู้เย็นเก่าอายุมากกว่า 10 ปีกินไฟมากกว่ารุ่นใหม่เกรดประหยัดถึง 40–50%

วิธีที่ 5: จัดการเครื่องซักผ้าและเครื่องทำน้ำอุ่น

เครื่องซักผ้า

  • ซักเต็มถังแทนซักบ่อยครั้งด้วยผ้าน้อย
  • ใช้โปรแกรมอุณหภูมิต่ำหรือน้ำเย็น ผ้าเปื้อนทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้น้ำร้อน
  • ตากแดดแทนการใช้เครื่องอบผ้าถ้าทำได้

เครื่องทำน้ำอุ่น

เครื่องทำน้ำอุ่นกินไฟมาก 3,000–5,000 วัตต์ การอาบน้ำให้สั้นลงแค่ 5 นาทีช่วยประหยัดค่าไฟได้ชัดเจนทุกเดือน และอย่าเปิดทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้

วิธีที่ 6: ใช้แสงธรรมชาติให้คุ้มค่า

เปิดผ้าม่านรับแสงแดดช่วงเช้าแทนการเปิดไฟในห้องนั่งเล่นและห้องทำงาน ลดการใช้หลอดไฟในช่วงกลางวันได้หลายชั่วโมงต่อวัน แค่นี้ก็ประหยัดได้เดือนละ 50–100 บาทโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม

วิธีที่ 7: เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5

เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหม่ให้เลือก เบอร์ 5 หรือฉลาก 5 ดาว เสมอ ตามนโยบายการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยที่ กฟผ. รณรงค์มาตั้งแต่ปี 2536 ภายใต้แนวคิด 3 อ. ได้แก่ อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า อาคารประหยัดไฟฟ้า และอุปนิสัยประหยัดไฟฟ้า

แอร์เบอร์ 5 ใหม่ประหยัดกว่าแอร์เก่า 10 ปีได้มากถึง 30–50% ต่อเดือน

สรุปการประหยัดที่เป็นไปได้ต่อเดือน

วิธีประหยัดได้โดยประมาณ
ปรับอุณหภูมิแอร์จาก 22 เป็น 26 องศา200–400 บาท
ล้างแอร์ปีละ 2 ครั้ง80–150 บาท
เปลี่ยนหลอดไส้เป็น LED ทั้งบ้าน150–300 บาท
ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้50–100 บาท
ซักผ้าเต็มถังและลดอาบน้ำร้อน100–200 บาท
ใช้แสงธรรมชาติในตอนกลางวัน50–100 บาท
รวมทั้งหมด630–1,250 บาท/เดือน

สรุป

การลดค่าไฟไม่ต้องลงทุนมากถ้าเริ่มจากการปรับพฤติกรรม จากนั้นค่อยลงทุนในสิ่งที่คืนทุนเร็ว เช่น เปลี่ยนหลอด LED และล้างแอร์สม่ำเสมอ แค่ทำสม่ำเสมอทุกเดือนสามารถประหยัดได้หลักพันบาทต่อปีโดยไม่ต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์มาก

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ตัวเลขค่าไฟอาจแตกต่างตามอัตราค่าไฟฟ้าและพฤติกรรมการใช้งานจริงของแต่ละครัวเรือน

แหล่งอ้างอิง:

  • Midea Thailand — วิธีคิดค่าไฟ 2569 คำนวณเองได้ง่ายๆ พร้อมสูตรเช็กค่าไฟต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • Shopee Blog — วิธีลดค่าไฟ ประหยัดไฟในบ้าน
  • Thansettakij — 10 วิธีประหยัดไฟทำเองที่บ้าน สู้ค่าไฟแพงช่วงหน้าร้อน (2569)
  • PPTV — ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ประวัติและนโยบาย (2568)
  • KTC — Smart Ways to Save Electricity at Home

บทความที่เกี่ยวข้อง:

You may also like